Tag Archives for " eReader App "

มือถือ Samsung และ Nokia เลิกทำ ร้านขายอีบุ๊ค แล้ว

ไม่เวิร์คก็ต้องปิด ไม่ถนัดก็ต้องถอย

Thai Publisher เพิ่งมีบทความเรื่อง ตลาดอีบุ๊คมีแนวโน้มโตขึ้น ไปหมาด ๆ แต่วันนี้กลับมีข่าวว่าผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ 2 ราย คือ Nokia (โนเกีย) และ Samsung (ซัมซุง) ได้ตัดสินใจเลิกทำแอพลิเคชั่นสำหรับอ่านอีบุ๊คและปิดร้านขายอีบุ๊คออนไลน์ของตัวเองไปเสียแล้ว เรามาดูกันว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แล้วลูกค้าที่ซื้ออีบุ๊คจากทางร้านไปแล้วจะทำอย่างไร หนังสือที่เคยซื้อไว้จะหายไปกับสายลมหรือไม่

Nokia จะเลิกให้บริการ eReader App

โทรศัพท์มือถือโนเกีย นั้นถูกไมโครซอฟท์เข้าซื้อกิจการไปตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว และผู้ใช้งานโนเกียคงจะเห็นว่าไมโครซอฟท์ค่อย ๆ ลดบทบาทโทรศัพท์ยี่ห้อดังกล่าว จนกระทั่งมันถูกปรับใหม่ให้กลายเป็น Microsoft Phone ไปแทน ในชื่อ Lumia นั้นเอง นอกจากการเปลี่ยนชื่อยี่ห้อโทรศัพท์เสียใหม่ เปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่และการพัฒนา Hardware แล้ว ก็แน่นอนว่าบริการต่าง ๆ ที่เคยมีมาจากเดิมของโนเกีย ก็ย่อมได้รับผบกระทบไปด้วย และหนึ่งในบริการที่จะต้องถูกยุบทิ้งไปก็คือ Nokia Reading App ซึ่งเป็นแอพลิเคชันอ่านอีบุ๊คและยังเป็นร้านขายอีบุ๊คให้กับลูกค้าอีกด้วย

เว็บไซต์ mynokiablog.com รายงานว่าลูกค้าโนเกียต่างได้รับอีเมล์แจ้งข่าวว่า Nokia Reading App จะไม่มีให้ใช้บริการได้อีกแล้ว โดยการหยุดบริการจะเป็นผลตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2014 เป็นต้นไป จากประกาศดังกล่าวทำให้ผู้ใช้โนเกียสามารถซื้ออีบุ๊คจากแอพของโนเกียได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น (แต่ใครจะซื้อ?) ส่วนหนังสือที่ซื้อมาแล้วยังอ่านได้อีกต่อไป แต่ถ้าในอนาคตเมื่อมีการอัพเดทระบบ ก็เป็นไปได้มากว่าแอพอ่านหนังสือตัวนี้จะถูกลบออก จึงหมายความว่าหนังสืออีบุคที่เคยซื้อจากร้านของโนเกียย่อมไม่มีให้อ่านอีกต่อไปแล้วนั่นเอง (อ่านอีเมล์จากทางโนเกียได้ที่บล็อค My Nokia Blog) ทางโนเกียเองคงทราบดีว่ามีผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวนไม่น้อยที่อ่านอีบุ๊คจากโทรศัพท์มือถือ ในอีเมล์ดังกล่าว จึงได้แนะนำให้ลูกค้าหันไปใช้แอพอ่านหนังสือตัวอื่น ๆ อย่าง Amazon Kindle หรือ Audible ซึ่งมีอยู่ใน Microsoft Store แทน

ภาพคนอ่านหนังสือ

เมื่อร้านขายอีบุ๊คปิดตัวลง หนังสือที่ซื้อมาก็หายไปด้วย

มือถือ Samsung ตัดสินในปิดร้านขายอีบุ๊คที่เกาหลีใต้ลงแล้ว

ในตลาดสมาร์ทโฟน มือถือ Samsung จัดว่าเป็นโทรศัพท์ที่มีผู้นิยมใช้กันมากที่สุดยี่ห้อหนึ่ง และด้วยความนิยมในตัวโทรศัพท์ซัมซุงนี่เอง ทำให้ทางบริษัทมองเห็นโอกาสในการขาย Digital Content ควบคู่ไปกับการขายสมาร์ทโฟนไปด้วย โดยมีความพยายามในการเจาะตลาดอีบุ๊คตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา แต่ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจปิดร้านขายอีบุ๊คและแอพอ่านอีบุ๊คของตัวเองลงไปแล้ว

http://www.youtube.com/watch?v=Udce9eBb5YM Samsung Readers Hub แอพอ่าน eBOOK จะมีให้ใช้ถึงแค่สิ้นปีนี้

  • ปี 2010 ที่งาน IFA Tradeshow ในเบอร์ลิน ทางซัมซุงได้เปิดตัวแอพอ่านอีบุ๊คของตัวเองในชื่อว่า Readers Hub App ซึ่งทาง zdnet.com กล่าวว่าเป็นผลิตภัณฑ์แบบ Content Service ตัวแรกของทางบริษัท
  • ต่อมาในปี 2011 ซัมซุงได้ร่วมมือกับร้านขายอีบุ๊คออนไลน์ชื่อดังอีกแห่งอย่าง Kobo เพื่อขยายตลาดและมีหนังสือให้บริการมากขึ้น
  • ปี 2012 ซัมซุงหันไปเจรจากับสำนักพิมพ์โดยตรงเพื่อหาหนังสือมาเข้าร้านมากขึ้น
  • ต่อมาในปี 2013 บริการดังกล่าวถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็น Samsung Books แต่ร้านหนังสือของซัมซุงก็ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักเมื่อเปรียบกับคู่แข่งอย่าง Google Play Books ของกูเกิ้ล, iBooks Store ของแอปเปิ้ล และ Kindle Book Store ของทางอเมซอน
  • กรกฎาคม 2014 ซัมซุงยกเลิกให้บริการ Reader Hub App การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้ที่ซื้ออีบุ๊คจากแอพ Reader Hub จะไม่สามารถอ่านหนังสือของตัวเองได้อีกต่อไปและหนังสือจะสูญไปเมื่อแอพดังกล่าวถูกถอดทิ้งในการอัพเดท Firmware
  • เพื่อให้ลูกค้าเก่าที่เคยซื้อหนังสือจากแอพ Reader Hub ได้มีทางออกในการอ่านอีบุ๊คต่อไป ซัมซุงจึงร่วมมือกับอเมซอน ผลิตแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Kindle for Samsung ซึ่งเป็นแอพลิเคชั่นที่อิงมาจากแอพตัวหลักของอเมซอนคือ Amazon Kindle App และลูกค้าจะได้เครดิตเพื่อเลือกซื้อหนังสือเล่มเดิมที่เคยมีจาก Reader Hub
  • แม้จะได้เครดิตกลับคืนมา แต่ผู้ใช้โทรศัพท์ซัมซุงก็มีปฏิกิริยาตอบกลับในด้านลบ เพราะนอกจากหนังสือที่หายไปแล้ว การจดบันทึกอื่น ๆ อย่างเช่น Hi-light , Annotation ก็จะสูญหายไปด้วย (อ่านความเห็นของผู้ใช้งานได้ ที่นี่)
  • ผู้ใช้แอพ Kindle for Samsung จะได้รับโควต้าหนังสืออเมซอนฟรีเดือนละเล่มจากหนังสือที่ถูกเลือกเข้าโครงการ (อ้างอิง ซัมซุงพัฒนา Kindle for Samsung แจกฟรีอีบุ๊ค 12 เล่มให้กับผู้ใช้ Galaxy) อย่างไรก็ตาม Kindle for Samsung จะมีบางฟีเจอร์ที่แตกต่างจากแอพตัวหลักอย่าง Amazon Kindle App
  • ล่าสุด จากบทความของ zdnet.com เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2014 ทางซัมซุงได้ตัดสินใจปิดให้บริการ Samsung Book ในบ้านตัวเองที่เกาหลีใต้ลง โดยจะมีผลในเดือนธันวาคม ปีนี้ และจะให้ผู้ที่เป็นลูกค้าเดิมหันมาใช้ Kindle for Samsung เหมือนกับที่อื่น ๆ แทน และยังร่วมมือกับร้านขายหนังสือในท้องถิ่นอย่าง Kyobo Bookstore ในการรรับส่งลูกค้าต่อไปด้วย

Fast Fact: Samsung eReader

  • นอกจากความพยายามในการขายอีบุ๊คแล้ว ทาง Samsung ยังเคยผลิต eReader สำหรับตลาดอีบุ๊คออกมาด้วย โดยได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2010 แต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็ไม่ประสบความสำเร็จ (ชมภาพอีรีดเดอร์ของซัมซุงในงาน CES 2010 ได้จาก engadget.com)

Photo: Samsung , Pedro Ribeiro Simões
Source: zdnet.com , windowscentral , windowscentral , the-digital-reader.com , liveside.net

Sony พัฒนาระบบ eBook DRM

Sony’s eBook DRM: ระบบสำหรับจัดจำหน่ายตลาดอีบุ๊คมือสอง ?

ตลาดหนังสือดิจิตอลยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อล่าสุดทาง Sony (โซนี่) ได้พัฒนาระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์อีบุ๊คที่เรียกว่า eฺBook DRM โดยระบบดังกล่าวมีแนวคิดแบบเดียวกับ Adobe DRM ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง การเปิดตัว Sony eBook DRM จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดี เพราะคู่แข่งอย่าง Adobe เพิ่งจะเจอกับปัญหาทำข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลไปหมาด ๆ (อ่านเพิ่มเติม : Adobe Digital Editions เก็บข้อมูลผู้อ่าน) ทั้งนี้ในเว็บไซต์ the-ebook-reader.com กล่าวว่าระบบของโซนี่จะยืดหยุ่นมากกว่าและปลอดภัยสูงกว่า และเป็นไปได้ว่าระบบดังกล่าวจะเปิดให้มีการให้เช่า eBook รวมไปถึงการขายอีบุ๊คมือสองอีกด้วย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงทำให้ผู้จัดจำหน่ายมีรายได้มากขึ้นนั่นเอง

ทั้งนี้โซนี่ได้พัฒนาระบบการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวมานานกว่า 3 ปี และโฆษกของโซนี่กล่าวว่าบริษัทได้เริ่มทำสัญญากับสำนักพิมพ์บางแห่งบ้างแล้วด้วย แม้จะไม่มีสัญญาณอะไรที่แน่ชัดแต่ก็คาดว่าผู้อ่านอีบุ๊คน่าจะได้ใช้ระบบดังกล่าวในปี 2015 ซึ่งก็น่าจับตามองดูว่าผลิตภัณฑ์ของโซนี่จะประสบความสำเร็จแค่ไหน โดยเฉพาะแนวคิดเกี่ยวกับการจัดระบบการซื้อขายอีบุ๊คมือสองที่เรียกกันว่า Used eBook ด้วยแล้ว เพราะตอนนี้มีหลาย ๆ บริษัทก็อยากจะบุกตลาดส่วนนี้ด้วยเหมือนกัน

อีบุ๊คให้เช่า eBook DRM

บริการ ebook ให้เช่าพบได้ในร้านขายอีบุ๊คหลายแห่ง

Fast Fact :

  • การเช่าหนังสือ eBook นั้นมีให้บริการในร้านขายหนังสือออนไลน์ของต่างประเทศหลายแห่งแล้ว รวมถึงเว็บไซต์อเมซอนด้วย เพียงแต่มีให้บริการเป็นบางเล่มเท่านั้น
  • Sony มีเทคโนโลยีป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์สำหรับสินค้าดิจิตอลหลายรูปแบบ อย่างเช่น วีดีโอ , ซอฟแวร์ และเกมส์เป็นต้น การจะเพิ่มไลน์อีบุ๊คเข้าไปอีกจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เมื่อมองในด้านการทำธุรกิจ
  • ก่อนหน้านี้ Sony ได้เลิกผลิตอีรีดเดอร์ของตัวเอง และยังปิดตัวร้านขายอีบุ๊คในอเมริกาและแคนาดาของตัวเองไปแล้วด้วยเมื่อต้นปี 2014 โดยส่งต่อลูกค้าให้กับ Kobo ดูแลต่อไป (อ้างอิง : ebookstore.sony.com)
  • การสั่งซื้อหนังสือออนไลน์เป็นเรื่องที่ผู้ซื้ออีบุ๊คคุ้นเคยดีอยู่แล้ว แต่แนวคิดในการซื้อขายอีบุ๊คมือสองดูเหมือนว่าจะยังเป็นเพียงแนวคิดที่ยังโต้เถียงกันต่อไปเพราะยังเป็นที่แคลงใจว่าจะเป็นการทำลายวงการอีบุ๊คมากกว่าจะช่วยให้ตลาดอีบุ๊คโตมากขึ้น อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ขายหนังสือยักษ์ใหญ่อย่างอเมซอนก็ได้สิทธิบัตรในการขายอีบุ๊คมือสองไปตั้งแต่เมื่อต้นปี 2013 แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีการนำมาใช้ในทางธุรกิจแต่อย่างใด (อ่านเพิ่มเติม : Used Ebooks, the Ridiculous Idea that Could Also Destroy the Publishing Industry , Amazon has a patent to sell used ebooks )

Photo: Amazon.com , Stephen Brace

Source: the-ebook-reader.com , the-digital-reader.com

Kobo บอกลาแท็บเล็ต มุ่งผลิต eReader อย่างเดียว

แท็บเล็ตจ๋า Kobo ลาก่อน

ตลาดสินค้าแท็บเล็ตคงจะแข่งขันกันดุเดือดเกินไปเสียแล้ว เมื่อบริษัท Kobo (โกโบ) ได้ออกมาแสดงท่าทีว่าบริษัทจะเลิกผลิตแท็บเล็ตออกสู่ตลาดเสียแล้ว พูดแล้วก็น่าเศร้า เพราะโกโบนั้นผลิตแท็บเล็ตคุณภาพดีราคาถูกออกมาและก็ได้รับความนิยมพอสมควรทีเดียวในตลาดยุโรปและญี่ปุ่น จากบทความของ thebookseller.com  ได้อ้างถึงคำพูดจากนักวิเคราะห์นามว่า Douglas McCabe (ดักลาส แม็คเคบ) ซึ่งได้ให้ความเห็นว่า การถอนตัวจากตลาดแท็บเล็ตนั้นน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง โดยเขากล่าวว่า “สำหรับตลาดแท็บเล็ตนั้นปัจจุบันมีขาใหญ่ครองตลาดอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น Apple, Samsung, Sony, Google, Tesco และก็ Amazon การจะสู้ในสงครามการค้าที่มีแต่คู่แข่งเขี้ยว ๆ ขนาดนี้ มองไปก็เห็นแต่ทางแพ้” ดักลาสยังให้คำแนะนำต่อไปอีกว่า โกโบเป็นผู้จำหน่ายอีบุ๊คออนไลน์ที่เป็นตลาดเฉพาะ (niche) ของตัวเองและมีผู้ใช้งานอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็แนะนำให้โกโบหันไปพัฒนา content ที่วางขายให้มีความ exclusive มากขึ้น พูดง่าย ๆ ว่าให้หาหนังสือเด็ด ๆ ที่ลูกค้าจะหาซื้อได้มาวางจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น

หันไปพัฒนา eReader App และ eReader

แม้ว่าจะไม่มีแท็บเล็ตรุ่นใหม่จากโกโบอีกต่อไปแล้ว แต่บริษัทก็ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้หลักอยู่อีก นั่นก็คือ eBook Store , eReader App และ eReader ภายใต้ชื่อของโกโบอยู่ด้วย จากคำสัมภาษณ์ของ Michael Tamblyn  (ไมเคิล แทมบลิน) CEO ของบริษัทได้กล่าวว่า บริษัทจะหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตและพัฒนาเครื่องอีรีดเดอร์ที่มีอยู่แล้ว อันได้แก่ Touch, Aura และ H2O ซึ่งเป็นอีรีดเดอร์แบบ E-Ink

kobo touch and kobo aura

Touch และ Aura เป็นอีรีดเดอร์ที่จะพัฒนาต่อไป

H2O อีรีดเดอร์รุ่นกันน้ำ ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนตุลาคม โดยไมเคิลกล่าวว่า เป็นอีรีดเดอร์ที่มียอดการจองสูงมากในบรรดาผลิตภัณฑ์ของโกโบทั้งหมด

Kobo Aura H2O

Aura H2O อีรีดเดอร์รุ่นกันน้ำ ก็เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับการพัฒนาต่อ

สำหรับการทำตลาดเครื่องอีรีดเดอร์นั้นโกโบได้ร่วมมือกับร้านขายหนังสืออย่าง WHSmith ในอังกฤษเพื่อทำแผนการโปรโมต eReader Application รวมไปถึงการส่งเสริมการขายอื่น ๆ ภายในร้านด้วย สำหรับในตลาดอเมริกานั้นโกโบยังไม่มีพันธมิตรเข้าร่วมแต่อย่างใด แม้ว่าจะเคยร่วมมือกับร้านค้าในอเมริกามาก่อน แต่ไม่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จจนต้องยุบโครงการไป

มีการ์ตูนจาก Marvel ให้อ่านใน Kobo แล้ว

หลังจากที่ได้แจ้งไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่าจะหันไปพัฒนา eReader App มากขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทางโกโบได้ร่วมมือกับผู้ผลิตการ์ตูนชั้นนำอย่าง Marvel โดยที่ผู้อ่านอีบุ๊คจาก Kobo eReader App จะได้ซื้อการ์ตูนยอดนิยมเหมือนกับอีบุ๊คสโตร์ร้านใหญ่อื่น ๆ แล้ว โดยที่มีการ์ตูนยอดนิยมอย่างเช่น The Avengers, Guardians of the Galaxy, Captain America และ Amazing Spider Man มาวางจำหน่าย ทางด้าน David Gabriel (เดวิด การ์เบียล) ผู้บริหารด้านการตลาดของ Marvel Entertainment (มาร์เวล เอนเตอร์เทนเม้น) กล่าวว่า “ทางมาร์เวลรู้สึกแฮปปี้จริง ๆ ที่ได้ร่วมมือกับทางโกโบเพราะว่าแฟน ๆ การ์ตูนของเราจะได้มีอีกทางเลือกที่ดีในการอ่านการ์ตูนของเรา”

Fast Fact :

  • โกโบได้เริ่มผลิตแท็บเล็ตออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2011 โดยได้จำหน่ายแท็บเล็ตหลายรุ่นเช่น Vox , Arc , Arc 7 , Arc 10 HD และ Glo เป็นต้น
  • ทางเว็บไซต์ the-ebook-reader.com ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคล้าย ๆ กับ เมื่อครั้งที่ Barnes and Noble ได้ตัดสินใจเลิกผลิตอีรีดเดอร์อย่าง Nook แล้วหันไปพัฒนา eReader App (แอพสำหรับอ่านอีบุ๊ค) แทน รวมไปถึงการร่วมมือกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อย่างซัมซุงในการออกแท็บเล็ตรุ่นพิเศษอย่าง Samsung Galaxy Tab for Nook เป็นต้น
[box]บทความที่เกี่ยวข้อง
Kobo ปล่อยอีรี๊ดเดอร์รุ่นกันน้ำ![/box]

Photo Credit: Kobo.com
Source: thebookseller.com , goodereader.com , blog.the-ebook-reader.com

Adobe Digital Editions แก้ไขช่องโหว่ App แล้ว

ผู้อ่าน eBook โล่ง Adobe Digital Editions ปิดช่องโหว่ App แล้ว

ในบทความก่อนหน้านี้ทางเว็บ Thai Publisher ได้เขียนถึง App อ่าน eBook (อีบุ๊ค) ชื่อดังอย่าง Adobe Digital Editions ว่าได้มีช่องโหว่ทำให้ข้อมูลของผู้อ่านอีบุ๊ครั่วไปบนเครือข่ายอินเตอร์เนตนั้น เวลานี้แอพที่ให้บริการอ่าน ePub (อีพับ) ดังกล่าวได้ออกมาแก้ข้อผิดพลาดด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้อ่านอีบุ๊คกันแล้ว โดยที่เว็บไซต์ทางการของ Adobe ได้อัพเดทแอพลิเคชั่นอ่านอีบุ๊คดังกล่าวในเวอร์ชั่น ADE 4.0.1

โดยในการอัพเดทล่าสุด ทาง Adobe ได้ทำการเข้ารหัสข้อมูลของผู้ใช้งานแบบ HTTPS จึงทำให้ผู้ใช้งานแอพ Adobe Digiatal Editions เวอร์ชั่น ADE 4.0.1 จะไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวว่าจะรั่วอีกต่อไป โดยที่ทางเว็บ Adobe.com ได้แจ้งว่า

[highlight]Enhanced security for transmitting rights management and licensing validation information. With this latest version of Digital Editions 4.0.1, the data is sent to Adobe in a secure transmission (using HTTPS).  More privacy-related information for Adobe Digital Editions 4.0.1 is provided here.[/highlight]

 

ทางด้านเว็บไซต์ the-digital-reader.com ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นรายงานในประเด็นความเป็นส่วนตัวของ App ดังกล่าวเป็นเว็บแรก ๆ ได้กล่าวว่าทางเจ้าของบทความรวมถึงผู้อ่านรายอื่น ๆ ได้ทำการทดสอบดูแล้วก็เชื่อได้ว่าข้อมูลของผู้ใช้ได้ถูกเข้ารหัสให้มีความปลอดภัยมากขึ้นแล้ว แต่ทั้งนี้ทางเว็บก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเรายังไม่อาจแน่ใจได้ว่าทาง Adobe ยังคงเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้อ่านอีบุ๊คอยู่อีกต่อไปหรือไม่ เพราะเว็บทางการของ Adobe ได้บอกเพียงว่าข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสเหล่านั้นจะถูกอัพโหลดไปยัง Server ของทาง Adobe อยู่นั่นเอง ! ในบทความดังกล่าวยังได้แนะนำผู้ใช้งานต่อไปว่า ผู้อ่านอีบุ๊คควรใช้ Firewall เพื่อทำการบล็อค ไม่ให้แอพดังกล่าวได้ทำการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เนต หรืออีกทางหนึ่งก็คือให้หันกลับไปใช้เวอร์ชั่นเก่ากว่านี้ ก่อนที่จะมีการเก็บข้อมูลผู้ใช้นั่นเอง หรือถ้าหากยังไม่มั่นใจก็ให้หันไปใช้บริการซื้ออีบุ๊คจากร้านขายหนังสือออนไลน์ เจ้าอื่น ๆ อย่างเช่น Amazon เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้เขียนบทความก็ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า แต่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอเมซอน และเว็บไซต์ขายหนังสือออนไลน์รายอื่นนั้นจะเก็บข้อมูลผู้ใช้ด้วยหรือเปล่า !

อ่านอีบุ๊คออนไลน์

ข้อมูลของผู้อ่านอีบุ๊คด้วย Adobe Digital Editions รั่วไหล ทำให้ Adobe ต้องมีการอัพเดทความปลอดภัย

Adobe Digital Editions เป็นแอพลิเคชั่นอ่านอีบุ๊คที่มีผู้ใช้หลายล้านคน ซึ่งผู้อ่านใช้แอพดังกล่าวในการสั่งซื้อหนังสือออนไลน์จากร้านขายอีบุ๊คออนไลน์ จากนั้นตัวแอพลิเคชั่นจะทำการส่งหนังสืออิเล็คทรอนิกส์ไปยังเครื่องอีรีดเดอร์และแท็บเล็ตของผู้อ่านแต่ละคน นอกจากนี้ห้องสมุดออนไลน์ในสหรัฐจำนวนมาก ก็ใช้บริการแอพดังกล่าวในการจัดการ การยืม-การคืน อีบุ๊คอีกด้วย การที่ข่าวเรื่องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานนั้นไม่มีความปลอดภัย ยังทำให้ห้องสมุดหลายแห่งออกมาส่งจดหมายแจ้งให้ทาง Adobe ได้ทำการแก้ไขประเด็นดังกล่าวด้วย อย่างเช่น OverDrive’s statement about Adobe Digital Editions privacy concerns ,  Adobe responds to ALA on egregious data breach

[box]บทความที่เกี่ยวข้อง
แอพอ่านหนังสือ Adobe Digital Editions เก็บข้อมูลผู้อ่าน[/box]

Photo Credit : Unsplash ,
Source: adobe.com , goodereader.com , dearauthor.com , the-digital-reader.com

เครียดมากใช่มั๊ย? App อ่านการ์ตูน ช่วยได้นะ

อ่านการ์ตูนแก้เครียดกันดีกว่า

เบื่อๆ เซ็งๆ เครียด! ใกล้จะสอบแล้วจะอ่านหนังสือก็ไม่เข้าหัว งานที่จะต้องส่งลูกค้าก็ยังไม่มีท่าว่าจะเสร็จอีก! เอาน่า อย่ากระนั้นเลย เรามาหา App อ่านการ์ตูน ฆ่าเวลากันดีกว่าเผื่ออ่านแล้วได้หัวเราะดัง ๆ Adrenaline หลั่งออกมา สมองจะได้ปลอดโปร่ง มีเรี่ยวมีแรงในการทำงานทำการต่อไป เอ้า! ว่าแล้วก็ไปดูกันดีว่าจะมี App อ่านการ์ตูนอะไรที่น่าสนใจบ้าง จะมีการ์ตูนฟรี ๆ ให้ได้โหลดมาดูกันบ้างมั๊ยนะ

App อ่านการ์ตูน มีอะไรบ้าง

สำหรับ App ที่ใช้อ่านการ์ตูนนั้นมีอยู่มากมาย เราอาจจะแบ่ง (เอาเอง) ได้ง่าย ๆ ก็คือ eReader App ซึ่งก็คือแอพอ่านอีบุ๊คทั่ว ๆ ไปนั่นเองโดยที่เราก็ใช้อ่านพวกหนังสือการ์ตูนได้ด้วย และอีกประเภทก็คือ Comic Reader App ซึ่งเป็นแอพที่สร้างขึ้นเพื่อการอ่านการ์ตูนบนแท็บเล็ตและอีรีดเดอร์โดยเฉพาะ นอกเหนือไปจากประเภทของแอพที่เราได้ถือวิสาสะแบ่งแยกซะเองแล้ว เราก็อาจจะแบ่งแอพอ่านการ์ตูนออกเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ นั่นก็คือ แอพอ่านการ์ตูนที่ผลิตโดยคนไทย และแอพอ่านหนังสือการ์ตูนของต่างชาติเขา หรือถ้าจะมองให้แง่ของ Developer (นักพัฒนาแอพ) แล้วเราก็จะเห็นว่า App อ่านการ์ตูนนั้นมาจากสองกลุ่มใหญ่ ๆ นั่นก็คือ ผู้ที่เป็นเจ้าของ Content หรือผู้จัดจำหน่ายการ์ตูนรายต่าง ๆ เอง และอีกฝั่งก็คือนักพัฒนาแอพอิสระรายย่อย

ซึ่งในกรณีของ App ที่มาจากนักพัฒนาอิสระนั้น มีจำนวนไม่น้อยที่สร้างแอพฟรีขึ้นมา โดยเอาจากเว็บอ่านการ์ตูนออนไลน์ โดยดูดภาพการ์ตูนในฟอร์แมท PDF แล้วดัดแปลงให้กลายเป็นแอพสำหรับอ่านการ์ตูน วันดีคืนดีแอพเหล่านี้ก็จะหายไปจากแอพสโตร์อันเนื่องมาจากประเด็นเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ เราจึงขอข้ามการรีวิวแอพกลุ่มนี้ไป และสำหรับแอพที่จะนำมารีวิวในครั้งนี้ ก็คือ

  • eReader App ได้แก่ KaiHuaRoh , Meb , Amazon Kindle
  • Comic Reader App ได้แก่ Comixology , Madefire

KaiHuaRoh Review แอพอ่านการ์ตูนไทย ๆ

อย่างที่ได้เขียนไปในบทความเกี่ยวกับ App อ่านอีบุ๊คภาษาไทย ไปแล้วว่า Ookbee (อุ๊คบี) คือผู้ผลิตแอพอ่านอีบุ๊คให้กับหน้าร้านหลาย ๆ แห่ง และหนึ่งในนั้นก็คือ แอพอ่านหนังสือขายหัวเราะ และเนื่องมาจากแต่ละเจ้าที่ใช้บริการอุ๊คบีจะใช้ระบบร่วมกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเราทำการซื้อการ์ตูนขายหัวเราะเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นไม่ว่าเราจะเปิดแอพของ AIS Bookstore , B2S Bookstore หรือแอพ KaiHuaRoh ก็ตาม เราก็จะเห็นหนังสือของเราไปโผล่ในทุกแอพ เพราะบัญชีของเราได้ถูกพ่วงเข้าไปในระบบของ Ookbee เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

AIS Bookstore and B2S Book Store App

การ์ตูนขายหัวเราะที่ซื้อไป เข้าไปอยู่ในชั้นหนังสือของ AIS Bookstore และ B2S Bookstore

แต่ในที่นี้จะรีวิวจาก แอพ KaiHuaRoh เพื่อให้ดูกันง่าย ๆ เพราะตัวแอพขายหัวเราะก็จะแสดงหนังสือการ์ตูนในเครือเพียงอย่างเดียว นิตยสารหรือหนังสืออื่น ๆ ที่เราซื้อจากหน้าร้านอย่าง AIS Bookstore หรือ B2S Bookstore ก็จะไม่ติดมาด้วย เมื่อเปิดแอพอ่านการ์ตูนออกมา ก็จะพบว่าเป็นขายหัวเราะแบบเดียวกันกับหนังสือเล่ม โดยตัวไฟล์เป็นแบบ PDF ที่ถูกเข้ารหัสเอาไว้สำหรับอ่านใน App เพื่อป้องกันการแอบดาวน์โหลด ด้วยความที่เป็นไฟล์ PDF แท็บเล็ตที่ใช้อ่านจึงต้องมีขนาดหน้าจอใหญ่พอสมควร อาจจะ 7-8 นิ้วขึ้นไป และเนื่องจากระบบของอุ๊คบีเป็นการเชื่อมกันระหว่าง App หลาย ๆ ตัวที่ใช้บริการระบบแอพนี้ เราจึงเปิดอ่านการ์ตูนได้จากแอพในเครือ และเมื่อเปิดผ่านหลาย ๆ แอพมาเทียบกันก็จะพบว่าหน้าที่เราอ่านค้างไว้อยู่ ไม่ได้ถูก Sync กันแต่อย่างใด ระบบความจำจะแยกกันไปแอพใครแอพมัน

แอพอ่านการ์ตูนขายหัวเราะ KaiHuaRoh App

แอพ KaiHuaRoh จะแสดงการ์ตูนที่เราซื้อไปแล้ว

Meb Review

Meb (Mobile eBooks) หรือเมพ เป็นแอพอีกตัวที่ใช้อ่านการ์ตูนภาษาไทยได้ โดยที่มีสำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์หนังสือการ์ตูนชั้นนำออกมาวางจำหน่ายอยู่หลายเจ้าอย่างเช่น Siam Inter Comics, Burapat Comics, Punica Comic, 1168 Publishing, Vibulkij Publishing, NED Comics, Nanmeebooks รวมไปถีงการ์ตูนจากนักเขียนอิสระก็มีมาให้อ่านและก็มีแจกฟรีด้วย แต่ถ้าหากจะมองหาการ์ตูนยอดนิยมในหมู่นักอ่านอย่างนารูโตะ วันพีซ หรือโคนันแล้วล่ะก็ ต้องขอบอกให้เลยไปป้ายหน้า เพราะ ณ เวลานี้ดูเหมือนว่าสำนักพิมพ์ที่จัดทำการ์ตูนทั้งหลายยังไม่เห็นความสำคัญของตลาดอีบุ๊คมากนั้น ปัจจุบันน่าจะมีเพียงสำนักพิมพ์บรรลือสาส์นที่วางการ์ตูนเล่มใหม่ ๆ ในเครือ (อย่างเช่น ขายหัวเราะ) ลงแผงพร้อมกันทั้งอีบุ๊คและหนังสือเล่ม

meb app review แอพอ่านการ์ตูนฟรี

สำหรับข้อเด่นของเมพอย่างหนึ่งก็คือ มีโปรโมชั่นลดราคาอยู่เสมอ และในกรณีที่อยากอ่านการ์ตูนที่เป็นซีรี่ส์ยาว วิธีซื้อให้ถูกลงมานิดหน่อยก็คือ รอซื้อเวลาที่รวมขายเป็นชุด Special Pack (ถ้ารอไหว) สำหรับในแง่การอ่านการ์ตูนในแอพของเมพเทียบกับอุ๊คบีแล้วก็ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ นั่นคือเป็นการโหลดไฟล์ PDF เข้ามาไว้ในเครื่อง จึงควรใช้แท็บเล็ตที่มีหน้าจอใหญ่สักหน่อยเพื่ออ่านการ์ตูนเหล่านี้ สำหรับข้อเสียของ PDF ที่เห็นชัด ๆ ก็คือ ตัวไฟล์มีขนาดใหญ่ทำให้ใช้เวลาดาวน์โหลดนาน และถ้าหน้าจอเล็กก็ต้องใช้วิธีซูมหน้าจอเข้าออก ซึ่งถ้าจะว่ากันในแง่ของการ ‘อ่าน’ แบบเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว คนที่ใช้แอพอ่านการ์ตูนก็จะทราบดีว่ามันไม่ค่อยสะดวกเอาเสียเลย สำหรับความคมชัดในการแสดงภาพแล้วก็จัดว่า Ookbee และ Meb แสดงภาพได้พอ ๆ กัน วัดจากสายตาธรรมดาไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ Meb จะดีกว่าตรงเวลาเลื่อนหน้าแล้วเราจะเห็นภาพการ์ตูนได้ชัดทันที (ในกรณีที่โหลดเสร็จดึงไฟล์มาหมดแล้วทั้งเล่ม) แต่แอพ Ookbee ภาพจะเบลออยู่สักแป๊ปนึงแล้วถึงค่อยชัด

Amazon Kindle Review

แอพลิเคชั่นอ่านอีบุ๊คอย่าง อเมซอนคินเดิล เป็นแอพที่อ่านหนังสืออีบุ๊คได้ดีมาก ๆ และนอกจากหนังสือธรรมดาแล้วแอพคินเดิลก็อ่านการ์ตูนได้เหมือนกัน โดยที่การ์ตูนแบบแรกจะเป็นการผลิตแบบเดียวกับการทำอีบุ๊คธรรมดาแต่จะใส่ภาพเรียง ๆ กันเข้าไปในไฟล์ Mobi และเมื่อเปิดอ่านเราจะเห็นภาพไม่เต็มจอแบบเดียวกับแอพข้างบนเนื่องจากไม่ได้เป็นไฟล์ PDF วิธีอ่านก็คือเราต้องกด Tab ลงไปที่ภาพอีกทีเพื่อที่จะได้ให้ภาพการ์ตูนขยายขึ้นเกือบเต็มจอ

อเมซอน คินเดิล อ่านการ์ตูน

ภาพการ์ตูนจะเรียงกัน และไม่แสดงภาพเต็มจอ ต้องกดเพื่อทำการซูมภาพจึงขยายขึ้น

สำหรับการ์ตูนที่ได้รับความนิยมกันในร้าน Kindle eBook Store จะเป็นการ์ตูนอีกกลุ่มอย่างเช่น The Walking Dead หรือการ์ตูนหัวอื่น ๆ ของ Marvel และ DC การ์ตูนพวกนี้จะมีฟีเจอร์ในการอ่านที่ช่วยซูมอัตโนมัติ เมื่อเรากด Tab ที่หน้าจอไปเรื่อย ๆ ตัวช่องการ์ตูนแต่ละช่องก็จะถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น การอ่านการ์ตูนกลุ่มนี้จึงดูแล้วเข้าท่ามาก ๆ และให้อีกความรู้สึกดีไปอีกแบบต่างจากการอ่านการ์ตูนเป็นเล่ม

the walking dead การ์ตูน

แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ได้เขียนไปก่อนหน้านี้ว่า แอพ Amazon Kindle นั้นมีไว้ใช้อ่านอีบุ๊คและก็ใช้งานได้ดีเอามาก ๆ แต่มันก็ยังไม่ใช่แอพสำหรับอ่านการ์ตูนอย่างแท้จริงแต่อย่างใด

Comixology Review อยากอ่านการ์ตูนสวย ๆ เต็มอารมณ์แบบ HD ต้องแอพนี้

Comixology เป็นแอพอ่านการ์ตูนที่ได้รับความนิยมในหมู่นักอ่านในสหรัฐ และแอพนี้แม้ว่าจะฟรี แต่ก็ไม่มีวางขายในแอพสโตร์ของไทยแต่อย่างใด ถ้าหากใครอยากจะลองใช้ก็สามารถโหลด apk มาติดตั้งเองได้ และอีกอย่างก็คือแน่นอนว่ามีแต่การ์ตูนฝรั่งซึ่งเราก็ไม่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว เพราะคนอ่านการ์ตูนไทยส่วนมากก็จะอิงกับการ์ตูนญี่ปุ่นเสียมากกว่า อย่างไรก็ตามสำหรับในบทความนี้เราจะรีวิวกันในแง่ของฟีเจอร์การใช้งานมากกว่า

Comixology Reviewสำหรับไฟล์หนังสือการ์ตูนในแอพ Comixology ก็เป็นไฟล์ PDF แบบเดียวกับแอพอื่น ๆ ส่วนใหญ่ที่เขียนไปแล้ว แต่การแสดงภาพการ์ตูนในแอพนี้สวยงามกระโดดไปจากแอพข้างต้นทั้งหมด เนื่องจากตัวไฟล์มีความคมชัดแบบ HD การโหลดไฟล์อาจจะใช้เวลามากอยู่สักหน่อยแต่ เมื่อได้อ่านแล้วแอดมินก็รู้สึกว่าจะชอบอกชอบใจแอพนี้มาก ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่รู้ว่าจะอ่านเรื่องอะไรดีเพราะแทบจะไม่รู้จัก

Comixology-อ่านการ์ตูนฝรั่ง

ช่องการ์ตูนย่อย ๆ จะถูกขยายขึ้นเต็มความกว้างของจอ

ฟีเจอร์ที่เด่นมาก ๆ ของแอพอ่านการ์ตูนตัวนี้ก็คือ มันจะดึงช่องการ์ตูนให้เต็มความสูงหรือความกว้างของจอ(ขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งแท็บเล็ตแบบแนวตั้งหรือแนวนอน) เพราะฉะนั้นการเสพภาพจากแอพนี้ถือว่าใช้พื้นที่หน้าจอได้อย่างคุ้มค่าและภาพคมชัดสวยงาม

App อ่านการ์ตูน Android iPad iOS

เมื่อกลับด้านเป็นแนวนอน ภาพก็จะขยายเต็มความสูงของหน้าจอ

ข้อเสียที่พอจะนึกออกตอนนี้ก็คือ เวลาอ่านเราจะต้องจับแท็บเล็ตพลิกไปพลิกมาในแนวตั้งสลับกับแนวนอน

อ้างจาก บทความนี้ ผู้อ่านจะซื้อหนังสือการ์ตูนออนไลน์ได้พร้อม ๆ กับตอนที่หนังสือฉบับจัดพิมพ์วางแผง โดยที่วางขายในราคาเท่ากัน และถ้าหากอยากจะซื้อหนังสือเล่มมากกว่า ก็เพียงแค่ใส่รหัสไปรษณีย์ลงไป ตัวแอพจะแจ้งร้านขายการ์ตูนที่อยู่ใกล้ ๆ ให้คุณทราบเอง !

Madefire Review ก้าวไปอีกขั้นด้วยการอ่านการ์ตูนแบบ Motion Book

ถ้าหากใครยังคิดว่าแอพทั้งหลายที่ได้เขียนถึงนั้นยังเบ ๆ น่าเบื่ออยู่ อาจจะสนใจแอพ Madefire ก็ได้ เพราะแอพตัวนี้เป็นแอพที่ผลิตมาเพื่ออ่านการ์ตูนเช่นเดียวกับ Comixology โดยที่มีหนังสือการ์ตูนพิเศษเพิ่มไปอีกหนึ่งอย่างก็คือ Motion Book ซึ่งจะทำให้การ์ตูนมีการเคลื่อนไหวและยังมีซาวด์เอฟเฟคอีกด้วย

App อ่านการ์ตูนออนไลน์

App อ่านการ์ตูน Madefire มีการ์ตูนแบบเคลื่อนไหวได้ ( Motion Book)

สำหรับแอพตัวนี้เค้ามีวางขายในแอพสโตร์ของไทยด้วย ถ้าหากใครสนใจก็ไปลองซื้อกันดูได้ค่ะ แต่สำหรับแอดมินขอทดสอบแค่หนังสือฟรีก็พอ เพราะงบหมดไปกับแอพอื่น ๆ ด้านบนหมดแล้วค่า

App อ่านการ์ตูน iOS android ฟรี

Madefire มีให้โหลดฟรีใน iOS และ Android

Video Review: App อ่านการ์ตูนแบบต่าง ๆ

เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ง่ายขึ้นเราจึงได้จัดทำ Video Review แบบสั้น ๆ ให้ชมกัน ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วย มือใหม่หัดทำจ้า 🙂
http://youtu.be/Z2GyMvL6L9w

[hr][/hr]

Note: การใช้ App อ่านการ์ตูน อาจจะแสดงผลแตกต่างกันในแท็บเล็ตแต่ละเครื่อง สำหรับบทความนี้เขียนขึ้นโดยที่อ้างอิงการใช้ Kindle Fire 8.9 HD ที่ทำการ Root แล้ว

Fast Fact:

  • Amazon ได้เข้าซื้อกิจการ Comixology เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา โดยที่บทความใน blognone กล่าวว่าแอพอ่านการ์ตูนดังกล่าวเป็นแอพที่ทำเงินมากที่สุดในกลุ่มที่ไม่ใช่เกมในปี 2012 และ 2013 และหลังจากที่ได้เป็นเจ้าของเรียบร้อยอเมซอนก็ได้เปลี่ยนวิธีการซื้อหนังสือการ์ตูนใหม่ โดยไม่ให้มีการใช้ In App Purchase ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกหักค่าหัวคิวไปจากทาง Apple ถึง 30 % สำหรับใน Android ก็ให้ใช้การซื้อผ่าน In App Purchase อยู่แต่ให้ใช้บัตรเครดิตแทน Google Play Account
  • จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้ลูกค้าเก่า ๆ เจ้าประจำเป็นอย่างมากเพราะทำให้การซื้อหนังสือออนไลน์นั้นทำได้ยุ่งยากกว่าเดิม โดยอ้างจากบทความนี้ The ComiXology Outrage , Amazon Guts The ComiXology App With Removal Of In-App Purchases, Users Not Happy , How Amazon and Comixology betrayed comic book readers
  • อย่างไรก็ตามก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการที่อเมซอนไม่ต้องจ่ายเงินให้กับแอปเปิ้ลนั้นก็น่าจะเป็นผลดีอยู่ด้วย เพราะเงินจำนวนดังกล่าวย่อมไปเพิ่มให้กับตัวนักเขียนหรือสำนักพิมพ์เอง

Source: pcmag.com
Photo Credit: Bernard Goldbach

error: Content is protected !!