• You are here:
  • Home »
  • แผลเก่า

Tag Archives for " แผลเก่า "

แผลเก่า

นวนิยายเรื่อง แผลเก่า ตอนที่ ๑ : โดย ไม้เมืองเดิม

[dropcap]ค[/dropcap]ลองปลายน้ำ สุดฟากข้างทางซ้ายของทุ่งบางกะปิ เป็นคลองเล็กแคบแต่น้ำไหลลึกมีนํ้าเดินตลอดปี สองฝั่งราบรื่นไปด้วยเงาต้นไม้ใหญ่ ซุ้มเซิงของเถาวัลย์และพงอ้อพงแขมมีอยู่บ้างห่าง ๆ เมื่อพ้นไปเป็นทุ่งหญ้าเวิ้ง บางแห่งเป็นนามีข้าวชูรวงเหลือง สำแดงว่าหน้าเกี่ยวกำลังจะมาถึง ตะวันคล้อยหัวเพิ่งจะบ่าย แด่แดดจ้าความร้อนยังอบอ้าวคุกคามอยู่เหนือท้องทุ่ง แม้จะมีลมพัดบ้างเป็นครั้งคราวก็คงร้อนระอุเพราะเป็นลมหอบแดด เจ้าหนุ่มร่างงามลํ่าสันผิวคล้ำหน้าตาซื่อคมคาย นั่งร้องเพลงเอื่อย ๆ มาบนหลังควายอย่างไม่กังวลถึงความร้อนที่เผาอยู่บนหัว นางผู้หญิงนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เอียงคอฟังอยู่บนหลังควายที่เดินคู่กันมาอีกตัวหนึ่ง ตัดทุ่งโฉมหน้าเข้าสู่ฟากคลอง เพราะหน้าเกี่ยวข้าวกำลังจะมาถึง เพราะข้าวกล้าปลาดีและมาด้วยกันลำพังสองต่อสองกับคนรัก จึงทำให้เจ้าขวัญ หนุ่มบ้านทุ่งเพลิดเพลินอิ่มใจนักหนา เตรียมซักซ้อมเพลงกลอนไว้เมื่อหน้าเกี่ยว แต่แล้วเจ้าขวัญก็ด้นกลอนสดมาเกี้ยวเอาเจ้าเรียมที่มาด้วยกันดื้อ ๆ

พื้นของเจ้าเรียมเป็นคนแสนงอน ถึงแม้จะรู้ว่าหนุ่มคนรักว่าเพลงเกี้ยวพาราสี เพราะความปลาบปลื้มคะนองใจ แต่เมื่อเจ้าเรียมว่าเพลงแก้ไม่ตกก็เกิดโมโห ค้อนปราดๆ มา ๓-๔ วง พอดีมาถึงฟากคลอง อีเกเห็นน้ำเปี่ยมฝั่งกำลังร้อนแทบจะยอไม่หยุด สะบัดขาฟืดฟัดเบิ่งแล้วเบิ่งเล่าจะโผลงน้ำให้ได้ “เอ้อ-อีเก, มีงฮิมึง จะคอยสักประเดี๋ยวไม่ทันใจ เลยเห็นนํ้ายังกะเห็นแก้ว มึงน่ะมันน่าจะเป็นปลามากกว่าเป็นควายเสียละกระมัง?” เจ้าขวัญหัวเราะก๊ากใหญ่ รู้ดีว่าเจ้าเรียมพาลรีพาลขวางกับอีเกเพราะอะไร และตามธรรมดาของเจ้าขวัญ พอลืมตาขึ้นมาก็ชอบยั่วมนุษย์อยู่ตลอดวัน ยิ่งสำหรับเจ้าเรียม เจ้าขวัญชอบใหญ่ เพราะความแสนงอนของเจ้าเรียมนั่นดูงามขึ้นอีกเป็นกอง อ้ายเรียวที่ขี่มากำลังกระสับกระส่ายเมื่อเห็นนาเยี่ยงเดียวกับอีเก จึงเป็นช่องทางให้เจ้าขวัญได้พูดขึ้นมั่ง “จะเอาอย่างเขามั่งเรอะมึง อ้ายเรียว, ควายน่ะมันอยู่ในคอก ปลาน่ะมันอยู่ในน้ำนามึงนา เรามันเป็นผู้ชายจะทำ อะไรให้มันดูสมัยเขามั่ง จะเสือกแล่นโด่งไปก่อนน่ะผู้หญิง เขาจะติเอา”

โมโหก็โมโห แต่อดขำใจไม่ได้ เพราะเจ้าขวัญสั่งสอนอ้ายเรียวให้ทันสมัย เจ้าขวัญมันคงไม่เกิดมาสำหรับอย่างอื่นนอกจากยั่วเย้าคนไปชั่ววันๆ เท่านั้น เจ้าเรียมฝืนสีหน้าแล้วถามไปตรงๆ “อ้า-นั่นพี่ขวัญก็เป็นควายเหมือนอ้ายเรียวด้วยเรอะ เออแน่ะ” “คนย่ะ” ตอบทันใจ แล้วพูดอมยิ้ม ๆ “แต่ทว่า อ้ายเรียวกับฉันมันหัวอกอันเดียวกันเท่านั้นหรอกแม่เอ๊ย” “ถูกละย่ะพ่อคนฝีปากดี เมื่อรู้ว่าหัวอกอันเดียวกันก็พูดกันไปเถอะ อย่ามาพูดกับฉันอีกเลย” “นิ่งเขาฮิอ้ายเรียว” เจ้าหนุ่มเย้าอีก “ทำไงได้เล่ามึง เอ๋ย เรามันเกิดมามีกรรมก็ต้องทนๆ เอาหน่อยซี นังเกเขาเห็นใจเมื่อไหร่เอ็งก็สบายเมื่อนั้นแหละ” แล้วก็หัวเราะงอชอบอกชอบใจ “อย่ายั่วข้านักนาพี่ขวัญจะบอกให้ เกิดโมโหเต็มทน แล้วประเดี๋ยวก็หนีกลับเสียเท่านั้น” “อ๊ะจะทำใจน้อยไปยังงั้นเทียวหรือ ฝีตีนอีเกของแม่เรียมน่ะ จะหนีอ้ายเรียวพ้นเชียวรึว่าน่ะ”

“โอ๊…” นางผู้หญิงหัวเราะอย่างดูถูก “ถ้าอ้ายเรียวของพี่ขวัญวิ่งเร็วได้อย่างม้าฉันก็จะยอมหรอก แต่นี่ฉันก็เห็นอ้ายเรียวยังโดนตะพดอยู่ทุกๆ วัน เมื่อหน้าไถนี่เอง ฝีตีน มันก็คงไม่เกินควายไปได้” “ก็ถูกละแม่เอ๊ย” เจ้าขวัญตอบเสียงลอยลมแล้วก็พูด กับอ้ายเรียวเป็นเชิงท้าเจ้าเรียม “อ้ายเรียว ข้าจะบอกเอ็งให้รู้เสียก่อนน่ะว่าถึงเอ็งจะไม่ใช่ม้าก็เถอะ แต่ถ้าลงนางเกเขาหนีแล้วเอ็งขับไม่ทันล่ะก็ ข้าเป็นขายเอ็งส่งไปเมืองมินพรุ่งนี้แหละ ให้แขกไถนาเสียให้เข็ดมันอยากแพ้ฝีตีนเขา” เมื่อพูดกับควายแล้วจึงกราดตามองมาพบเจ้าเรียมกำลัง ค้อนควัก เจ้าเรียมเป็นคนตาแหลม ใครๆ ที่ถูกเจ้าเรียม ค้อนก็เท่ากับเห็นปลายเข็มกำลังพุ่งเข้าหัวใจ

ในคลองน้ำกำลังขึ้นเจิ่งฝัง ทำให้เรียมนึกอยากลองดี นายขวัญหนุ่มลูกผู้ใหญ่เขียนนัก อีเกแม้จะวิ่งไม่เร็วบนบก แต่ในน้ำแล้วมันว่ายเร็วและทนทานเป็นหนึ่งจึงอยากจะดูน้ำหน้าเจ้าขวัญว่ามันจะขายอ้ายเรียวจริงหรือไม่จริง จึงเปรยขึ้นบ้างว่า “อ้ายเรียวมันยังมีเขาและถูกไถนาอยู่ทุกๆ วันอย่างควายบ้านเรา เมื่ออีเกมึงยอมให้เขาขับทันได้ ข้าก็ต้องขายแขกพรุ่งนี้เหมือนกัน” “ก็ลองซีแม่เอ๊ย” เจ้าขวัญตอบด้วยความร่าเริงลำพองไม่ทันให้ท้าเป็นคำสอง นางเกก็ถูกกระทุ้งเตือนสนตะพายก็รู้สึกผ่อนเพลาเบาลง จึงเผ่นออกตะโพงไปอย่างสุดกำลังเพียงสามสี่วา ก็โครมลงไปในคลองนํ้าแหวกกระจาย และว่ายเร็วรี่ไปตามกระแสน้ำ อ้ายเรียวก็รู้ไม่หยอก พอถูกตบที่แผงคอเบาะๆ ก็ออก ตะโพงแล่นตามนางเกอย่างไม่ลดละ เหมือนรู้ใจเจ้าขวัญ การแข่งควายในน้ำจึงเกิดหนีเกิดไล่กันอย่างสนุกสนาน แม้อีเก จะว่ายนํ้าเก่งก็ยังเป็นรองเจ้าเรียวอยู่นั่นเอง เพราะเจ้าขวัญไม่ยอมขี่อุตส่าห์ทนว่ายน้ำเอาโดยเกรงเจ้าเรียวจะไล่ไม่ทัน หนำซํ้าร้องกระทุ้งตะเพิดเสียงสนั่นหวั่นไหว

ปกนิยายแผลเก่า
[dropcap]เ[/dropcap]สียงหายใจพรืดๆ ไล่หลังใกล้เข้ามาทุกที ทำให้เจ้าเรียมขวัญเสีย อีกแขนกว่าๆ เท่านั่นเขาอ้ายเรียวก็จะชนท้ายอีเก และก็เป็นแน่ละที่เจ้าขวัญจะต้องเยาะเย้ยใหญ่ในเมื่อจับได้ อ้ายข้อที่ร้ายยิ่งก็คีอ มันจะต้องเรียกเบี้ยปรับตามวิสัยของคนชนะ จะเร่งสักเท่าไหร่นางเกก็คงอืดอาดอยู่เช่นเคย เมื่อไม่เห็นลู่ทางใดๆ อีก เรียมจึงสละจากหลังอีเกโผนโผลงน้ำเพื่อเอาตัวรอด แล้วว่ายเร็วเฉียบเป็นปลาเข็มมุ่งตัดขึ้นหน้านางเก พอได้ระยะก็ดำหายไป เจ้าหนุ่มลูกทุ่งยิ้มแย้มนึกแต่ในใจว่า ชิซะเจ้าเรียมอ้ายกุ้งอ้ายปลาน่ะมันไม่อยู่ในน้ำหรอกหรือ พอน้ำใหม่มาทีไร ข้าก็เอากินเสียทุกที ประสาอะไรกะมนุษย์อยู่บนบกด้วยกัน อย่างจะดำอึดก็คงไม่ได้ครึ่งข้ากระมัง แล้วก็รีบสาวแขนปราดๆ จนขึ้นหน้าอีเกไปไกล จึงลอยตัวคอยดูอยู่ว่าเมื่อไหร่เจ้าเรียมจะโผล่แต่ก็เงียบ แม้น้ำก็ไม่มีวนเลยจนนึกเอะใจเข้าค้นตามข้างตลิ่ง พงอ้อกอข้าวถูกแหวกกระจาย สาหร่ายและสายบัวถูกเจ้าขวัญทึ้งขาดลอยเป็นแพเพี่อค้นหาเจ้าเรียมคนเดียว เรียมมิได้ดำไปไกลหรืออดทนอะไร นอกจากดำดิ่งลงน้ำลึกแล้วย้อนทวนขึ้นทางเก่าจนโผล่ยิ้มเกาะท้ายอ้ายเรียว พอเป็นที่กำบังแอบดูเจ้าขวัญกำลังคลั่งถอนกอข้าวและพงอ้อชายน้ำแทบตลิ่งจะพัง ขำเจ้าคนเก่งจะแกล้งให้หาเสียให้ตาย พอเจ้าขวัญเหลียวมาก็ดำซ่อนเสียสักครู่ เมื่อนานจนผิดสังเกตว่าอึดใจธรรมดา ก็ทำให้เจ้าขวัญนึกเฉลียวว่า ทำไงเสียนางเรียมคงเล่นฉลาดตลบหลังเป็นแน่ ครั้นจะเหลียวดูก็เกรงเสียรอยทำให้เจ้าเรียมรู้ตัว จึงทำไม่รู้ไม่ชี้ดำผลุดหายลงตรงนั้นแล้วย้อนตลบเอาแบบเจ้าเรียมบัาง พอเต็มอึดใจจึงโผล่ขึ้นค่อยๆ ระวังมิให้น้ำกระเพี่อมคล้อยหลังอ้ายเรียวเพียง ๒-๓ ชั่วตัว นั่นเองแม่ะล่ะ นังเรียมเกาะอ้ายเรียวผลุบโผล่อยู่นั่นเอง อารามดีใจจะจับให้ได้จึงโผและว่ายสุดๆ แขน เป็นเหตุให้เจ้าเรียมรู้ผละท้ายอ้ายเรียวจะดำก็ไม่ทัน จึงว่ายล่องตามน้ำไปอย่างรวดเร็วด้วยความชำนิชำนาญ เจ้าขวัญก็ไม่ลดละกวดจี๋จนเลี้ยวเข้าคุ้ง นางผู้หญิงก็อ่อนแรงแทบจะกระเดือกไม่ไหวจึงมุ่งเข้าหาฝั่ง คว้าได้เถาไทรย้อยพอจะพยุงตัวขึ้น เจ้าเสือน้ำก็ว่ายแหวกมาถึงพุ่งปราดเข้ารั้งแขน เป็นเหตุให้เถาไทรขาดหล่นตูมลงมาอีกทั้งสองคน

น้ำใกล้ตลิ่งพอหยั่ง แต่ถึงงั้นเจ้าเรียมก็ยืนไม่อยู่เพราะความเหน็ดเหนื่อย เจ้าขวัญจึงพยุงไวัและพากระเดือกเข้าฝั่ง เจ้าขวัญเองก็อ่อนใจเหมือนกัน เมื่อพยุงเจ้าเรียมมาถึง เกาะรากไทรข้างตลิ่งก็แทบหมดแรง “ฉันเหนื่อยเหลือเกินพี่ขวัญ” เจ้าเรียมหอบฮักๆ ส่ายหน้า “นานๆได้ว่ายสักที เหนื่อยแทบขาดใจตาย” เจ้าขวัญออกสงสารมองแล้วมองอีกรักกันมาร่วมปีก็เพิ่งมาวันนี้แหละที่ได้ถูกเนี้อต้องตัวกกกอดเจ้าเรียมเต็มมือแม้จะขาดใจเสียกลางสายน้ำนี้ก็ตามเถิด “พักเหนื่อยให้สบายเถิดแม่เรียม ฉัน-เออฉันจะทนอุ้มแม่เรียมไว้เอง” เสียงของเจ้าขวัญบ้านทุ่งตื่นๆ ไม่เต็มปาก เกาะรากไทรมือหนึ่ง โอบอุ้มเจ้าเรียมไวัมือหนึ่งรัดเจ้าเรียมไว้แน่นเหมือนเกรงสายน้ำจะพัดเจ้าหลุดลอยไป ความมุ่งหมายที่เก็บมาแรมปีวิ่งพลุกพล่านอยู่ไนหัวใจ ความรักกำลังก้าวออกจากสายตาเจ้าขวัญหนุ่มทุกๆ ขณะ ในน้ำซึ่งน่าจะเนี้อเย็น แต่เจ้าเรียมหน้าตาร้อนผ่าวๆรู้สึกจนกระทั่งว่าช่วงแขนของเจ้าขวัญหน้าอกหนาๆ ของเจ้าขวัญที่แช่น้ำอยู่ด้วยกัน ก็ยังร้อนอบอุ่นไปด้วยความเผลอไผลเหมือนต้องอำนาจมนต์ดลจิตผีครอบผีอำ อึดอัดอยู่ครู่หนึ่ง พอมีสติก็จะผละแต่เจ้าขวัญรัดไว้และมองด้วยสายตาที่เร่งเร้า เหมือนหนึ่งจะให้แม่เรียมเข้าใจในปัญหาแรมปี “พักเสียก่อนเถิด แม่เรียม พักเสียให้หายเหนื่อยแล้วฉันอุ้มส่งขึ้นตลิ่งเอง” เสียงเจ้าขวัญอ่อนโอนผิดเคยหน้าตามีความซื่อสัตย์ยิ่งขึ้น ประหนึ่งจะเป็นเพื่อนตายของเจ้าเรียมทุกขณะ “พี่ขวัญ” “จ๋า เรียม” “อ้า-ปล่อยเถอะจ้ะ ปล่อยให้ฉันยืนมั่งเถอะ” “อย่าเลย เลนทั้งนั้นแขยงตีนเปล่าๆ อยู่เฉยๆ เช่นนี้เป็นไรไปเล่าเรียมเอ๋ย” “อึดอัดจ้ะพี่ขวัญ โธ่แล้วนี่ถ้าใครพายเรือผ่านมาเห็นเข้าฉันจะทำอย่างไรล่ะนี่” เจ้าเรียมสำนึกตัว หลบหลีกสายตา ไม่ให้พบกับเจ้าขวัญ “เงยหน้าหน่อยเถอะเรียม ฉันจะพูดอะไรด้วยสัก ๒-๓ คำ”

กระแสเสียงเจ้าขวัญบอกจะพูดเรื่องอะไรเรียมจึงรู้สึกตัวว่า เจ้ากำลังชะตาคับขันเกิดใจคอหวั่นไหวตกประหม่า เจ้าหนุ่มบ้านใกล้ปล่อยมือที่เกาะตลิ่ง และเชยคางขึ้นเห็นเรียมหลับตาสนิท ความสมบูรณ์และทีท่าบ่ายเบี่ยงเอียงอายของเจ้า แทบจะบดหัวใจของเจ้าขวัญให้ละลายไปกับน้ำ “เรียม-แม่เรียมเอ๋ย เออ-ขอให้ฉันได้ตายกับแม่เรียมในลำน้ำนี้เถิด-รักจริง รักนัก เรียมข้ารักเจ้านัก” เจ้าขวัญมิได้พูดอะไรอีก จูบลงไป จูบเสียเหมือนอย่างจะจงใจเคี่ยวเข็ญให้เนี้อเจ้าเรียมนั่นแหลกเหลว ทั้งแก้มคางคิ้วคอเจ้าขวัญมิได้เว้น การดิ้นรนบ่ายเบี่ยงของเรียมเหมือนลมพัดกองเพลิงในอกเจ้าขวัญให้คุยิ่งขึ้น มันจูบซํ้าเติมอย่างไม่เบื่อ แม้จะต้องว่ายน้ำอีก ๗-๘ คุ้งก็ยังดีกว่า เพราะเวลานี้เจ้าเรียมไม่รู้สึกตัวว่าตัวเป็นอะไร ชาวนา หรือชาวไร่ หญิงบ้านนอกหรือบางกอกก็ลืม รู้อยู่แต่ว่าจมูกของเจ้าขวัญกำลังเขย่าอยู่บนอก ทำให้หัวใจครื้นเครงกระฉอกกระฉ่อน เหมือนลูกระลอกคลื่นๆ วิ่งไล่กันเข้าชนตลิ่งแล้วสะท้อนกลับ ทุ่งหญ้าแสงแดดส่องในตอนเช้า รวงข้าวที่สุกเหลืองเป็นทอง ปลาในน้ำตัวเล็กตัวใหญ่ว่ายเป็นหมู่ๆ ตามกอข้าว สิ่งเหล่านี้เหลืออยู่ในความจำของเจ้าเรียมเพียงครึ่งๆ กลางๆ รางเลือนคล้ายฝัน “พี่ขวัญ” เสียงเจ้าคลุมเครืออย่างจะร้องไห้ “หยุดเสียมั่งเถอะ สงสารฉันและหยุด หยุดทีเถอะ” “สงสารสิเรียม” เจ้าขวัญเงยหน้ามองดูหน้า “ฉันสงสารแม่เรียมฉันรักแม่เรียมเหมือนดวงใจ” “อย่าเพิ่งพูดเลยพี่ขวัญ ปล่อยฉันก่อนเถอะ” “จะไปไหนเล่า เออแน่, ไม่เชื่อหรือว่าฉันรักแม่เรียมนักหนาไม่มีอะไรเปรียบ” “ก็เป็นแต่เวลานี้หรอกพี่ขวัญ ถึงฉันยังไม่มีผัวก็พอจะรู้อยู่มั่งเพราะแม่แกเคยพูดอยู่เสมอๆ ว่า…” “ว่าอะไร แม่แกพูดว่าอะไรน่ะแม่เรียม” เจ้าขวัญรีบถามเรียมนึกอายๆ แต่เพี่อจะดักคอ และปราบๆ หัวใจเจ้าคนรักไว้ครั้งหนึ่งจึงตอบว่า

“แม่แกว่า ผู้ชายน่ะเหมือนปลาพอนํ้าใหม่มันก็ไปกับนํ้าใหม่ ฉันจึงกลัวนักเอ้อ” เจ้าส่ายหน้าปรับทุกข์กับตัวเอง “อ้ายฉันยิ่งกลัวมันมากแล้วมันจะมาได้กับอกฉันเองเสีย กระมัง” เจ้าผู้ชายนึกฉงน ยิ่งเห็นเรียมน้ำตาคลอหน่วยก็ยิ่งเพิ่มการไม่เข้าใจหนักขึ้น คิดเขวไปต่างๆ แต่แล้วก็จับเค้าได้ว่าเจ้าเรียมกลัวจะไม่รักจริง “อ๋อ-เรียม ก็จริงของแกอยู่บ้างหรอก แต่ใจฉันน่ะเห็นว่า น้ำใหม่มันก็น้ำเก่า อ้ายน้ำเก่ามันก็ไหลมาเป็นน้ำใหม่ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ในคลองเดียวกันนั่นแหละ เรียมเอ๋ยอย่ากลัวเลยพี่ไม่ใช่ปลารักน้ำอย่างว่าหรอก หัวใจพี่เติบ หัวใจพี่ใหญ่อย่างตะเข้รักวัง ถึงน้ำเก่าจะไปน้ำใหม่มันจะมาหรือ น้ำมันจะแห้งจนขอดพี่ก็ต้องตายคาวัง เพี่อต้องตายอยู่กับ เรียมคนเดียวจริงๆ” แล้วเจ้าขวัญก็รัดแขนทั้งสองแน่นขึ้น เป็นการยืนยันในคำมั่นสัญญา เจ้าเรียมร้องไห้กระซิกๆ อยู่ระหว่างอก เพราะหัวใจเจ้ากำลังคิดไปในเหตุต่างๆ ร้อยแปด คิดไปถึงเจ้าเริญพี่ชาย ซึ่งไม่ถูกกับเจ้าขวัญ คิดไปถึงพ่อของตัวซึ่งไม่ถูกกับผู้ใหญ่เขียน เพราะแพ้ความเรื่องรุกที่นา และจนทุกวันนี้ตาเรืองพ่อเจ้าเรียม กับผู้ใหญ่เขียนพ่อของเจ้าขวัญและตัวเจ้าขวัญเองกับเจ้าเริญ ก็ยังอาฆาตมาดร้ายกันอยู่เสมอ แต่เจ้าขวัญกับเจ้าเรียมกำลังรักกันเหมือนจะกลืน และมันจะเป็นผลสำเร็จกันได้อย่างไร ทอดตามองดูสายน้ำไหลแล้วถอนใจ สะอื้นไปถึงความหลังๆ และกาลข้างหน้า ไม่รู้ว่าอะไรมันมาจุกประดังอยู่ที่คอหอยจนพูดไม่ออก คนเหล่านั้นโกรธเกลียดอาฆาตกัน แต่เรารักกันแล้วใครจะเห็นใจเรา นอกจากเราเห็นกันเอง เมื่อต่อไปข้างหน้ามิต้องยึดสายน้ำที่พบปะลอบรักกันหรือ แล้วอีกสักกี่ปีกี่ชาติเล่าจึงจะสมรักอย่างเขาอื่น แต่ที่เจ้าเรียมกระวนกระวายใจกลัวหนักหนาก็คือ เจ้าขวัญกับหล่อนจะต้องค้างคอยลอบรักกันไปจนกว่าน้ำจะแห้งคลองจะเขิน แล้วก็หลับตาสิ้นอายุไปด้วยกันทั้งรักๆ “แล้วเราจะทำยังไงเล่าจ๊ะพี่ขวัญ เพราะพ่อกับท่านผู้ใหญ่แกก็เป็นศัตรูกัน หนำซ้ำพี่เริญก็ไม่ถูกกับพี่ขวัญเสียด้วย เฮ้อ ฉันกลุ้มเสียจริง” แข็งใจตอบไปว่า “ค่อยคิดค่อยอ่านเถอะเรียมเราค่อยๆดูเขาไปก่อนดีกว่า ไม่ช้าเขาก็ดีกันเองเพราะเราใช่อื่นไกล ผืนนาก็อยู่ติดๆ กัน บ้านใกล้เรือนเคียงจะโกรธกันไปถึงไหน” “ไม่เห็นเลยพี่ขวัญ ฉันมองไม่เห็นจริงๆ” แล้วเจ้าเรียม ก็ถอนใจอีก “นี้ฉันก็นับว่าเป็นลูกนอกคอกนอกคำพ่อแม่อย่างคนตกนรกทีเดียว แกห้ามนักห้ามหนาเพราะรู้จากพี่เริญ ว่าเรารักกันมานานแล้ว แกว่าถ้าไม่เชื่อคำแกก็อย่าอยู่ดูผีดูไข้กันเลย”

ความกระอักกระอ่วนของเจ้าขวัญถึงที่สุด ไม่รู้จะหาคำใดมาปลอบเจ้าเรียมอีกได้ เพราะอะไรมันก็จริงของเจ้าทั้งสิ้น ตลอดย่านปลายน้ำตลอดทุ่งเวิ้งบางกะปิและแสนแสบทั้งสองฟาก เจ้าขวัญไม่กลัวไม่พรั่นใคร ผีสางนางไม้ นักเลงทุกๆ รุ่น และหนุ่มคะนองกำลังแตกเปลี่ยวไม่ว่าหน้าไหนบางไหน เมื่อออกชื่อเจ้าขวัญลูกบ้านทุ่งปลายน้ำบางกะปิแล้วต้องรู้จักดี หลีกหมด เมื่อไม่หลีกก็เจอกันเท่านั้นเอง แต่นี้ล่ะตาเรืองเอย อ้ายเจริญเอยล้วนแต่สังคะญาติที่สำคัญๆ ของเจ้าเรียมทั้งสิ้นจะทำลงไปยังไง เหม่อมองไปอีกฟากหนึ่ง อีเกกับอ้ายเรียวกำลังคลอคู่ลอยฟ่องอยู่กลางน้ำ มันเป็นควายเดรัจฉานก็ยังรู้รักรู้ปลื้มกันตามประสา หันมามองเจ้าของเออ เจ้าเรียมกำลังร้องไห้อยู่หว่างอกร่ำรำพันถึงทุกข์ยากที่จะต้องประจันในข้างหน้า ตลอดคลองนี้ไม่มีใครสวยล้ำไปกว่าเจ้าเรียม จนหนุ่มๆ ติดกรอ แต่เจ้าเรียมไม่เล่นกับใคร อุตส่าห์ถนอมตัวมามอบรักกันเจ้าขวัญ เหลือที่เจ้าขวัญจะใจแข็งอีกต่อไป ซบหน้าลงกับหัวเจ้าเรียม น้ำตาไหลหยดลงเส้นผม เจ้าเรียมเมื่อรู้ว่าขวัญร้องไห้เจ้าก็ยิ่งร้องใหญ่ เจ้าขวัญก็คิดแค้นในวาสนาอาภัพไปต่างๆ นี่มันเป็นครั้งแรกคนแรกจริงๆ ที่เห็นนํ้าตาอ้ายขวัญอ้ายหนุ่มตัวยงลูกทุ่งปลายนํ้า
“พี่ขวัญร้องไห้ พี่ขวัญอย่าคิดอาฆาตแกเลย นึกว่าเห็นแก่ฉันเถอะ” “เปล่าหรอกเรียม พี่เจ็บใจวาสนาของเรา พี่ไม่อาฆาตแกหรอก เพราะแกก็เท่ากับพ่อของพี่เหมือนกัน ถึงอ้ายเริญก็เถอะ พี่อโหสิให้มันแล้วเพราะเห็นแก่เจ้า” “จริงหรือพี่ขวัญ” เจ้าเรียมคะยั้นคะยอไม่ค่อยจะเชื่อเพราะเคยรู้ฤทธิ์รู้คมเจ้าขวัญดี “ถ้างั้นพี่ขวัญก็รักฉันมาก เหลือเกินใช่ไหมจ๊ะพี่?” “ใช่แท้เทียวเรียมเอ๋ย พี่ไม่เห็นว่าอะไรจะน่ารักไปกว่าเรียมของพี่จริงๆ” เจ้าลูกผู้ใหญ่บ้านยืนยัน “พี่คิดถึงวันหน้าแล้วก็อยากจะร้องไห้เสียงดังๆ พอได้โล่งใจ พี่คิดเผลอไปว่าถ้าผู้ใหญ่เขาดีกันแล้ว พี่จะให้พ่อแกไปสู่ขอเจ้า แล้วต่อไปเราคงเป็นสุขมากทีเดียวเรียม นาของพ่อแกมีถึง ๕๐ ไร่ และพี่ก็เป็นลูกคนเดียวต้องได้หมดทั้งห้าสิบ เจ้าไปนาเย็นกลับบ้าน เราเห็นหน้ากันก็เป็นสุขจริงๆ หัวใจของพี่ไม่แส่หาอะไรมากมาย ในน้ำมีปลาในนามีข้าวและที่บ้านมีเรียมอยู่ พี่ก็แสนสบาย เมื่อพ้นหน้าเกี่ยวหน้าลานแล้วเราก็มีเงินซื้อทองแต่งเที่ยวงานวัด หรือเข้าบางกอกพออวดเพี่อนๆ เขาได้ แต่ว่า-เอ๊อเจ้าก็รู้เห็นอยู่ยังงี้ และจะให้พี่ทำยังไงดีกว่าร้องไห้เล่าเรียมเอ๋ย”

แต่เกิดมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องใช้ความคิดสติปัญญาและความรอบรู้ของเจ้าขวัญก็เพียงอ่านหนังสือแตกเขียนไม่ค่อยคล่อง แต่เจ้าเรียมได้แต่อ่านออก หากจะเขียนก็ตู่ตัวเต็มทน ฉะนั้นงานนี้จึงเป็นงานใหญ่ที่หนักอกสำหรับความคิดของเจ้ารักเจ้างามทั้งคู่ กอดรัดจูบซ้ายจูบขวากันอยู่อีกครู่ใหญ่ เจ้าเรียมก็ระลึกได้ว่าบอกกับพ่อว่าจะพาอีเกมาอาบน้ำเพียงครู่เดียวเท่านั้นจึงชวน “เรากลับกันทีหรือพี่ เพราะนี่มันนานนักแล้วเดี๋ยวพ่อแกให้พี่เริญมาตามพบเข้าจะเกิดความใหญ่ พรุ่งนี้เราถึงมากันใหม่ และบางทีฉันจะเลยไปที่ศาลเจ้าพ่อด้วย” “ก็ดีเหมือนกัน” เจ้าขวัญคล้อยตาม มองหน้าสาวตะลึงตะไรเสียดายที่จะต้องจากกัน ‘‘พี่ไม่อยากห่างเรียมเลย เพราะคืนนี้ทั้งคืนจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้ ดูมันนานราวกะสักปีหนึ่งทีเดียว เอาไปก็ไป เรียมเกาะหลังเถอะพี่จะว่ายไปเอง” แล้วเจ้าขวัญก็ผละตลิ่งโผออก วาดแขนแหวกน้ำสุดๆ แร้ ข้อลำและกล้ามเนื้อที่สร้างขึ้นด้วยหางไถว่ายน้ำและผ่าฟืนก็วาดไปวักไปอย่างชำนาญไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอะไรเลย ในการที่มีหญิงยอดชีวิตของมันเกาะหลังพ่วงไปทั้งคน พอถึงตลิ่งและขึ้นฝั่งได้ก็พบอ้ายเรียวกับอีเก กำลังเอื้องหญ้าอ่อนอยู่อย่างเอร็ดอร่อยเพลิดเพลินใกล้ๆ กัน

[button link=”http://bit.ly/oldwound” window=”yes”]ดาวโหลดน์แผลเก่า ฟรี! Click![/button]

error: Content is protected !!