• You are here:
  • Home »
  • หนังสือเสียง

Tag Archives for " หนังสือเสียง "

Scribd เพิ่มบริการ Audiobooks

คนชอบฟังหนังสือเสียงมีเฮ: Scribd เพิ่ม Audiobooks ให้ฟังได้อีกเพียบ

ตลาดหนังสือเสียงในสหรัฐดูจะคึกคักและเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าของนักอ่านมากขึ้น เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาทาง Scribd ได้เพิ่ม Audiobooks (หนังสือเสียง) เข้าไปในคอลเล็คชั่นให้สมาชิกได้เลือกฟังกันเป็นจำนวนมากกว่า 30,000 เรื่องด้วยกัน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ Scribd กลายเป็นผู้ให้บริการอีบุ๊คและออดิโอบุ๊คแบบรายเดือน (Membership Subscription) ที่มีจำนวนหนังสือให้เลือกอ่านและฟังมากที่สุด

ใช่ว่าจะมีแต่ปริมาณอย่างเดียว เพราะถ้ามองที่หัวหนังสือแล้วจะเห็นว่า มีหนังสือออกใหม่และหนังสือขายดีติดอันดับอยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็น The Drop ของ Dennis Lehane, How to Build a Girl ที่เขียนโดย Caitlin Moran, Bad Feminist จาก Roxane Gay, The Hard Thing About Hard Things ของ Ben Horowitz, The Hunger Games Trilogy, Divergent หรือผลงานของ Haruki Murakami เป็นต้น ในส่วนของหนังสือเสียงนั้นก็ยังได้นักแสดงชื่อดังอย่างเช่น Meryl Streep กับ Blythe Danner มาอ่านผลงานเขียนของ John Cheever เป็นต้น และยังได้คัดเลือกนักพากย์ระดับรางวัลหลายคน มาให้เสียงในหนังสือหลายเล่มอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะบริษัทต้องการเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้า เพราะทางอเมซอนก็มี Kindle Unlimited ซึ่งจะมีอีบุ๊คให้สมาชิกได้อ่านอย่างไม่จำกัดเช่นกัน และอเมซอนดูจะมีภาษีดีกว่าก็ตรงที่มีคลังหนังสือขนาดใหญ่กว่ามาก การปรับตัวโดยเอาบริการหนังสือเสียงเข้ามาเสริม จึงเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มสมาชิกที่ดีวิธีหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพราะว่าหนังสือเสียงนั้นราคาแพงมาก (อ่านเพิ่มเติม: หนังสือเสียง ตอนที่ 2 วิธีฟัง Audiobook ฟรี ๆ) การที่บริษัทหันมาเพิ่มออดิโอบุ๊คเข้าไปในคอลเล็คชั่น แถมยังไม่เพิ่มค่าบริการแบบนี้ จึงนับว่าเป็นโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจสุด ๆ ปัจจุบันบริการในส่วนของหนังสือเสียงเปิดให้ผู้ใช้ระบบ Android ได้ใช้กันแล้ว ส่วนผู้ใช้ iOS ตอนนี้คงต้องรอไปก่อน

อ้างจากบทความของ Juli Monroe แห่ง teleread.com ซึ่งใช้บริการ Kindle Unlimited อยู่ กำลังคิดว่าจะหันไปใช้อีกเจ้าน่าจะคุ้มกว่า เพราะมีให้เลือกฟังหนังสือถึง 30,000 เรื่อง ขณะที่บริการ Kindle Unlimited ที่เธอใช้อยู่นั้นมีอีบุ๊คให้เลือกมากกว่าก็จริง แต่มีหนังสือเสียงพ่วงไปด้วยแค่ 2,000 กว่าเรื่องเท่านั้น

Scribd คือ บริการอ่านอีบุ๊คแบบเป็นสมาชิก

Fast Fact: Scribd คืออะไร

  • Scribd เริ่มต้นด้วยการเปิดให้บริการแชร์เอกสารออนไลน์ โดยอนุญาติให้ผู้ใช้งานอัพโหลดเอกสารและหนังสือแบ่งปันให้สมาชิกได้อ่านและได้ซื้อกันเป็นเล่ม ๆ
  • จากนั้นในปี 2013 จึงได้เปิดให้บริการอ่านอีบุ๊คแบบรายเดือน (Membership Subscription) สำหรับคนที่เป็นสมาชิกมาก่อนก็ยังเข้าใช้บริการได้ แต่ถ้าไม่จ่ายรายเดือนก็จะได้อ่านเฉพาะหนังสือตัวอย่างสั้น ๆ เท่านั้น สมาชิกจะอ่านอีบุ๊คได้ไม่จำกัดโดยผ่านทางเว็บเบราเซอร์หรือผ่านทาง Scribd Application ก็ได้
  • บริการแบบเสียค่าสมาชิกรายเดือนจะต่างจากการซื้ออีบุ๊ค ก็คือ ถ้ายกเลิกสมาชิกก็จะอ่านหนังสือต่อไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ในอีบุ๊คเหล่านั้น (คล้าย ๆ กับบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งของ Deezer, KK box และ Spotify เป็นต้น)
  • ผู้ใช้บริการ Kindle Unlimited จะอ่านหนังสือได้จากเครื่องอีรีดเดอร์และแท็บเล็ต แต่ผู้ใช้งาน Scribd จะอ่านจากอีรีดเดอร์ไม่ได้ ดังนั้นในแง่การอ่านและการถนอมสายตา Kindle Unlimited จึงเหนือกว่า
  • อีบุ๊คจาก Kindle Unlimited มีจำนวนมากกว่าก็จริง แต่ส่วนเป็นใหญ่จะเป็นนักเขียนอิสระที่ทำหนังสือเองโดยไม่ผ่านสำนักพิมพ์ (Indie Writer)
  • แม้ว่า Kindle Unlimited จะมีหนังสือเสียงกองกลางเพียง 2,000 กว่าเรื่อง แต่มีฟีเจอร์ Whispersync ที่ทำให้ฟังไปอ่านไปได้ ในขณะที่อีกฝ่ายจะต้องเลือกเอาว่าขณะนั้นจะอ่านหรือฟัง แต่ทางบริษัทกล่าวว่ากำลังพัฒนาฟีเจอร์นี้อยู่
  • นอกจาก 2 บริษัทดังกล่าวแล้ว ร้านขายอีบุ๊คน้องใหม่อย่าง Oyster ก็มีบริการอ่านอีบุ๊คแบบรายเดือนด้วยเช่นกัน

Source: teleread.com , the-digital-reader.com

หนังสือเสียง มีให้เช่าแล้วนะ

หนังสือเสียงให้เช่า : ฟังหนังสือดี ๆ ในราคาประหยัด

ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงอีบุ๊คประเภท หนังสือเสียง ว่าราคาค่อนข้างแพงและได้แนะนำวิธีฟัง Audiobook (ออดิโอบุ๊ค) ที่ผลิตขึ้นได้อย่างมีมาตรฐานจาก Audible ฟรี ๆ กันไปแล้ว สำหรับใครที่ติดใจหนังสือเสียงเข้าแล้วแต่ยังติดอยู่ที่กระเป๋าตังค์ไม่อำนวยกับความต้องการ วันนี้เรามีบริการใหม่มาแนะนำ นั่นคือ มีเว็บที่ขายหนังสือเสียงออนไลน์ได้แตกไลน์เปิดบริการให้เช่าฟังหนังสือเสียงกันได้แล้ว โดยที่บริการให้เช่าฟังหนังสืออิเล็คทรอนิกส์ดังกล่าวเป็นของเว็บไซต์ Downpour.com

เป็นที่ทราบกันว่าเว็บ Audible เป็นผู้นำในการขายหนังสือเสียงออนไลน์ในสหรัฐ อย่างไรก็ตามยังมีเว็บอื่น ๆ ที่ได้เสนอตัวมาเป็นทางเลือกให้ผู้อ่านและผู้ฟังได้มากขึ้น อย่างเช่นล่าสุดเว็บไซต์ Downpour.com ได้เสนอบริการให้เช่าฟังหนังสือเสียง โดยมีระยะเวลาการเช่ายืมอยู่ที่ 30 ถึง 60 วัน ปัจจุบัน Downpoor มีหนังสือเสียงวางจำหน่ายอยู่ราว ๆ 30,000 เรื่อง และก็มีหนังสือเสียงให้เช่าอยู่ราว 8,000 เรื่อง ถ้าหากใครสนใจก็ลองเข้าไปแวะชมที่เว็บดังกล่าวได้ที่ downpoor.com รวมถึงสามารถโหลด App สำหรับฟังหนังสือเสียงจาก App Store ได้ที่ Downpour App Store และจาก Google Play Store ได้ที่ Downpour Audiobook App

หนังสือเสียงให้เช่า downpoor.com audiobook

บริการหนังสือเสียงให้เช่าจาก downpoor.com

มินิรีวิว : Downpoor Audiobook App

แม้ว่าจะไม่ค่อยถูกใจกับอีบุ๊คประเภทหนังสือเสียงสักเท่าไหร่แต่หลังจากไปลองโหลดแอพ Downpoor มาเรียบร้อย จึงถือโอกาสรีวิวแอพอ่านหนังสือเสียงตัวนี้แบบสั้น ๆ ดูเสียเลย อย่างแรกที่เห็นได้ชัดก็คือหน้าตาและฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ นั้นแทบจะโขลกออกมาเป็นแบบเดียวกันกับ Audiobook App ตัวอื่น ๆ อย่างเช่น Audible และ LibriVox เป็นต้น ซึ่งตรงนี้น่าจะนับเป็นข้อดีเพราะสะดวกต่อผู้ใช้งานทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาวิธีใช้ให้วุ่นวายเพิ่มไปอีก สำหรับแอพ Downpoor ตัวนี้ก็ใช้งานคล้าย ๆ กับแอพตัวอื่น นั่นคือ มีให้เลือกตั้ง Sleep Timer สำหรับตั้งเวลาปิดเสียงอ่านได้ , สร้าง Bookmark เพื่อกลับไปฟังตอนที่ชอบซ้ำก็ได้ และสามารถเลือก Play Speed สำหรับตั้งความเร็วในการอ่าน เป็นต้น

downpoor-audiobook

สำหรับคนที่อยากทดลองการใช้งานแอพฟรี ๆ ดูก่อนก็สามารถเปิดใช้งานได้เลยโดยที่ยังไม่ต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิก และทางเว็บก็ยังมีหนังสือเสียงให้ฟังฟรี 1 เล่มด้วยกัน (จากล่าสุดที่เข้าไปดู) คือ เรื่อง The Adventures of Tom Sawyer (อย่างที่เคยเขียนไปข้างต้นว่าหนังสือเสียงค่อนข้างแพงเอาการ ดังนั้นการได้หนังสือเสียงที่ผ่านการผลิตอย่างมีมาตรฐานมาฟังฟรี ๆ ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย)

downpoor-audiobook-2

[box]บทความที่เกี่ยวข้อง
ขี้เกียจอ่านหนังสือเหรอ ฟังหนังสือเสียงสิ
หนังสือเสียงตอนที่ 2: Fun Ways to Enjoy Audiobook[/box]

Photo Credit: downpoor.com
Source: the-digital-reader.com

หนังสือเสียง ตอนที่ 2 | วิธีฟัง Audiobook ฟรี ๆ

หนังสือเสียง ตอนที่ 2: Fun Ways to Enjoy Audiobook

ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงอีบุ๊คประเภทหนังสือเสียงหรือที่เรียกกันว่า Audiobook กันไปแล้ว ซึ่งเพื่อนนักอ่านก็คงจะทราบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วตลาดหนังสือเสียงยังคงอยู่ในวงจำกัดและส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษสำหรับอีบุ๊คภาษาไทยนั้นยังไม่มีมาตรฐานในการจัดทำหนังสือเสียงแต่อย่างใด สำหรับบทความนี้เรามีทริคเล็กๆ น้อย ๆ เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจทดลองฟังหนังสือเสียง อย่างเช่น วิธีการฟังหนังสือเสียงจาก Audible ฟรี ๆ , การใช้เสียงอ่านจาก Google Play Books ให้มีเสียงที่น่าฟังขึ้น และการให้ iPad อ่านหนังสือให้เราฟังเวลาขี้เกียจอ่านหนังสือขึ้นมาค่ะ

ฟังหนังสือเสียงฟรี ๆ จาก Audible

ก่อนอื่นหากผู้อ่านยังไม่คุ้นเคยหรือรู้จักกับ Audible เท่าไหร่นัก ขอแนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านบทความเรื่อง หนังสือเสียง กันก่อนเพื่อเข้าใจการใช้งาน App Audible ได้มากขึ้นค่ะ

สำหรับ App Audible แล้วก็อย่างที่ได้เคยเขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้นั่นคือ ค่อนข้างจำกัดอยู่ที่พวกหนังสือขายดีติดอันดับ Bestseller หรือไม่ก็เป็นหนังสือที่ทางอเมซอนคัดมาแล้วว่าน่าจะขายได้แน่ ๆ เป็นหนังสือดีที่ควรอ่านประมาณนั้น ข้อจำกัดดังกล่าวอาจจะมาจากต้นทุนการผลิตหนังสือเสียงนั้นค่อนข้างสูง เพราะใช้เสียงคนอ่านจริง ๆ จึงทำให้ราคาของหนังสือเสียงนั้นแพงเอามาก ๆ แม้ในตลาดต่างประเทศที่อีบุ๊คค่อนข้างราคาถูก ก็ยังต้องอาจยกเว้นหนังสือเสียงเอาไว้สักประเภทหนึ่ง ดังนั้นถ้าหากใครคิดจะลองซื้อหนังสือเสียงมาฟังดู คงจะต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะเอาไปซื้ออีบุ๊คธรรมดาได้ตั้งเกือบ 3 เล่มกันเลย อย่างไรก็ตามเราก็มีวิธีอ่านออดิโอบุ๊ค (หนังสือเสียง) จากการใช้ App Audible กันได้ฟรี ๆ ด้วยเหมือนกัน แต่ของแพง ๆ เขามีให้ใช้ฟรีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นนะคะ โดยที่หลังจากที่สมัครแล้ว ก็เลือกหนังสือเสียงที่ต้องการได้เลย หลังจากนั้นก็ฟังจาก App Audible ได้เลย

ขั้นแรกเราก็ต้องมีบัญชีกับทาง Amazon ก่อน วิธีการสมัครก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ใส่ข้อมูลของเราเข้าไปตามขั้นตอน และสำหรับการให้ข้อมูลในการใช้จ่ายเราก็เลือกได้ว่าจะใส่ข้อมูลบัตรเครดิตก็ได้ หรือจะใส่เป็นบัตรเดบิตที่ใช้สำหรับทำ Internet Banking ก็ได้ (เช่นบัตรเดบิต Be1st ของธนาคารกรุงเทพฯ) สำหรับ Paypal ไม่สามารถใช้งานได้เพราะเจ้าของ Paypal คือ Ebay ไม่ได้ร่วมมือกับ Amazon ให้เราใช้งานได้สะดวกแต่อย่างใด 🙁

หลังจากนั้นเราก็ไปที่เว็บ Audible.com เลือกที่ GET MY FREE AUDIOBOOK

หนังสือเสียงฟรี audiobook
จากนั้นก็ใส่ข้อมูลบัตรเครดิตลงไปแล้ว (ทางที่ดีควรใส่ข้อมูลตั้งแต่ในหน้าเว็บ Amazon เพราะบางครั้งเวลาใส่ข้อมูลการจ่ายเงินที่ Audible ก็ไม่ผ่าน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรเหมือนกัน) จากนั้นก็ไปเลือกที่ Cart (ตะกร้าสินค้า) เราก็จะได้สิทธิ์ทดลองใช้งานเป็นสมาชิกฟรี 30 วัน โดยที่ได้สิทธิ์ในการเลือกหนังสือ 1 เล่ม เราก็ไปเลือกซื้อหนังสือที่หมายตาเอาไว้ได้เลย เราก็จะเป็นเจ้าของหนังสือเสียงเล่มนั้นทันที แม้จะยกเลิกสมาชิกไปแล้วเราก็ยังโหลดหนังสือเล่มดังกล่าวมาฟังได้ตลอด

หนังสือเสียงฟรี Audibleจากนั้นเราจึงค่อยไปยกเลิกสมาชิก เพราะถ้าไม่ยกเลิกทางอเมซอนจะต่ออายุสมาชิกให้เองโดยอัตโนมัติ วิธีการยกเลิกสมาชิกให้เข้าไปดูอีเมล์ เมื่อเราสมัครสมาชิกจะมีอีเมล์ต้อนรับและท้าย ๆ ของอีเมล์จะมี Link ให้เราเลือกกด cancel your membership ให้เราเลือกกดที่ตรงนี้ จากนั้นก็จะพาเราไปยังหน้าที่ยกเลิกสมาชิก แต่อเมซอนเป็นเว็บ E-Commerce ระดับต้น ๆ ของโลก เวลาที่เราจะยกเลิกบริการทางเว็บจะเสนอทางเลือกอื่น ๆ ให้ เช่นลดราคาสมาชิกลงบ้างและอื่น ๆ อีกมากมาย ถึงตรงนี้ถ้าใครอยากทดลองฟังหนังสือเสียงดูก่อนก็ให้ทำใจแข็งแล้วยกเลิกไปเลย เพราะหากเราติดใจหนังสือเสียงเข้าจริง ๆ จะย้อนกลับมาสมัครอีกครั้งก็ยังคงทำได้ตลอด
หนังสือเสียง-audiobook-audible-03

ฟังเสียงอ่านอีบุ๊คจาก Google Play Books ด้วยเสียงที่น่าฟังขึ้น

ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงฟีเจอร์ของ App Google Play Books ว่าสามารถอ่านหนังสือให้เราฟังได้แต่ที่ทำให้แอดมินไม่ค่อยชอบใจนัก ก็เป็นเพราะว่าเสียงอ่านนั้นมันทั้งห้วนทั้งเร็ว พูดง่าย ๆ ว่าอ่านเองท่าจะง่ายกว่า แต่ในบทความนี้เรามีวิธีที่จะให้แอพดังกล่าวอ่านหนังสืออีบุ๊คให้เราฟังได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ และก็ยิ่งดีไปอีกเมื่อทำได้ฟรี ๆ แต่ข้อจำกัดก็คือเรายังฟังได้แค่เสียงอ่านภาษาอังกฤษอยู่ (อาจจะมีภาษาหลักอื่น ๆ ด้วยแต่ยังไม่มีภาษาไทย)

ขั้นแรกให้เราไปที่กูเกิ้ลเพลย์สโตร์ แล้วดาวน์โหลด App ที่ชื่อ IVONA Text-to-Speech HQ จากนั้นเราก็เลือกสำเนียงคนอ่านแบบอเมริกัน ที่ IVONA Kendra US English แล้วทำการติดตั้งแอพทั้งสองตามปกติ เมื่อ Install App เรียบร้อยแล้ว ให้เข้าไปที่ Setting แล้วเลือกที่ Language & Input จากนั้นให้กดเลือกที่ Text-to-speech output

IVONA Text-to-Speech HQ

หน้าจอจะเข้าไปที่เมนู PREFERRED ENGINE ให้เราเลือกที่ IVONA Text-to-Speech HQ แทนที่ Google Text-to-speech Engine (เพราะเสียงไม่น่าฟัง)

IVONA-Text-to-Speech-HQ-02

จะมีคำเตือนขึ้นมาว่า App ตัวนี้จะเก็บข้อมูลที่ถูกอ่านเอาไว้ ถ้าหากพวกข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างเช่น พาสเวิร์ดหรือเลขบัตรเครดิต ถูกเปิดอ่านขึ้นมา App ตัวนี้ก็บันทึกข้อมูลเอาไว้ด้วย ในกรณีนี้เราใช้เพื่ออ่านหนังสืออย่างเดียวโดยไม่ให้อ่านออกเสียงข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ จึงกดเลือกที่ OK

IVONA-Text-to-Speech-HQ-03

จากนั้นเราก็ไปเปิดแอพ Google Play Books แล้วเปิดอีบุ๊คที่ต้องการอ่านแล้วเลือกไปที่ Read aloud ตัวโปรแกรมก็จะอ่านอีบุ๊คให้เราฟังด้วยเสียงที่ดีกว่า Google Text-to-speech Engine อย่างมาก ถ้าต้องการให้ยกเลิกการอ่านก็ให้กดที่หน้าจออีกครั้งแล้วเลือก Stop reading aloud

Google Play Books read aloud

Video: ฟังเสียงอ่านจาก Google Play Books Read Aloud

http://youtu.be/5cifXPxW8ag

ให้ iPad อ่านหนังสือให้ฟัง

ข้ามมาในฝั่งของ iOS นั้นก็สามารถทำให้ iPad (ไอแพด) อ่านหนังสือให้ฟังได้เช่นกัน โดยที่สามารถอ่านหน้าเว็บต่าง ๆ ก็ได้และก็ยังสามารถอ่านอีบุ๊คจาก iBooks ให้เราฟังได้อีกด้วย ข้อดีอีกอย่างก็คือฟีเจอร์ตัวนี้ยังอ่านภาษาไทยให้เราฟังได้อีกด้วย โดยที่เราต้องเข้าไปตั้งค่าก่อน ให้เลือกที่ Setting

iPad audiobook reading setting

แล้วเลือก Accessibility

iPad-audiobook-02-หนังสือเสียง

แล้วเลือก Speech

iPad-audiobook-03-หนังสือเสียง

แล้วเลือก Speak Selection

iPad-audiobook-04-หนังสือเสียง

เลือก Speak Rate

iPad-audiobook-05-หนังสือเสียง

เมื่อตั้งค่าเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปทดสอบการอ่านออกเสียงของไอแพดกันได้เลย เริ่มกันที่เว็บภาษาไทยก่อน จะเห็นได้ว่าออกเสียงแบบหุ่นยนต์เอามาก ๆ แต่ก็พอฟังได้

iPad-อ่านออกเสียงภาษาไทย

คราวนี้ไปฟังการออกเสียงภาษาอังกฤษของไอแพดกันบ้าง เท่าที่ฟังจะรู้สึกได้ว่าออกเสียงได้พอ ๆ กับ Google Text-to-speech Engine คือไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่นัก (แต่เรามีวิธีให้ Google Play Books อ่านออกเสียงได้เพราะขึ้นมาแล้ว ตามวิธีด้านบน)

iPad-อ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ

การตั้งค่า Text-to-speech ยังทำให้ไอแพดอ่านออกเสียงเป็นภาษาอื่น ๆ ที่เราต้องการได้ด้วย อย่างเช่นในตัวอย่างนี้เราให้ไอแพดออกเสียงภาษาอังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส

iPad-text-to-speech-speaks-many-languages

คราวนี้เรามาทดสอบให้ไอแพดอ่านอีบุ๊คให้เราฟังจาก App iBooks กันดูบ้าง โดยเริ่มที่ภาษาไทยกันก่อน

iPad-อ่านอีบุ๊ค-ภาษาไทย

มาฟังไอแพดอ่านอีบุ๊คภาษาอังกฤษกันบ้าง

iPad-อ่านอีบุ๊ค-ภาษาอังกฤษ-iBooks

นอกจากไฟล์ประเภท ePub แล้ว App อ่านหนังสืออย่าง iBooks ก็สามารถเปิดอ่านไฟล์ประเภท PDF ได้ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วสำหรับไฟล์ PDF เราจะไม่สามารถแก้ไขหรือคัดลอกได้เลยไม่ว่าจะเป็นการเขียน Note หรือทำ Highlight ต่าง ๆ ก็ตาม อย่างไรก็ดีไอแพดก็ยังสามารถอ่านข้อความที่แทรกอยู่ในแผนที่ในรูปแบบ PDF ให้เราฟังได้อีกด้วย

iPad-อ่านอีบุ๊ค-ภาษาญี่ปุ่น-แผนที่-iBooks

[box]Note : สำหรับอีบุ๊คภาษาไทยยังไม่มีมาตรฐานเรื่องการทำหนังสือเสียง แต่ล่าสุดในงานสัปดาห์หนังสือ 2557 ทาง Ookbee ก็ได้เปิดตัวหนังสือเสียงของไทยแล้ว โดยมีหนังสือนิยายและอื่น ๆ ออกมา[/box] [box]บทความที่เกี่ยวข้อง
ขี้เกียจอ่านหนังสือเหรอ ฟังหนังสือเสียงสิ
หนังสือเสียง มีให้เช่าแล้วนะ[/box]

Photo Credit: The Preiser Project

ขี้เกียจอ่านหนังสือเหรอฟัง หนังสือเสียง สิ

หนังสือเสียง อีกทางเลือกหนึ่งของการอ่าน (ฟัง) หนังสือ

เมื่อสมัยที่แอดมินเป็นยังเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม (โปรดอย่าถามว่ากี่ปีมาแล้ว!) คุณครูท่านนึงเคยบอกเคล็ดลับการสอบให้ได้คะแนนดี ๆ ทั้งที่ ขี้เกียจอ่านหนังสือ โดยท่านเล่าว่าท่านจะต้องอยู่หอพักและเมื่อถึงเวลาช่วงสอบ นักเรียนแต่ละคนก็มาติวหนังสือสอบและอ่านหนังสือทบทวนความรู้กัน แต่สำหรับอาจารย์ท่านนั้นใช้วิธี เมพขิงๆ ก็คือ นอนฟังคนอื่น (หลาย ๆ คน) อ่านและทบทวนความรู้กัน ทีนี้พอถึงเวลาสอบกลับกลายเป็นตัวคุณครูที่ได้คะแนนดีไปเสียทุกที จนเพื่อนงงว่าไปแอบซุ่มตอนไหน

จะว่าไปโรคขี้เกียจอ่านหนังสือนี่ ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะตอนเป็นนักเรียนเท่านั้น แอดมินเชื่อว่า เพื่อนนักอ่านหลายคนก็คงเป็นกันอยู่บ้างเหมือนกัน โชคดีที่ปัจจุบันสื่อหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ (eBook) พัฒนาไปได้ไกลจนเรามีอีบุ๊คจำพวกมัลติมีเดีย ซึ่งสามารถแสดงผลทางภาพ เสียงและเอฟเฟคต่าง ๆ ได้มากมายเท่าที่จะจินตนาการได้ โดยเฉพาะหนังสืออ่านสำหรับเด็กแล้วมีให้เลือกกันมาก โดยเฉพาะใน iBooks ซึ่งซัพพอร์ท Multimedia eBook ได้ดีกว่าเจ้าอื่น ๆ แต่ถ้าหากจะเอากันที่เนื้อหาเน้น ๆ ไม่เอาลูกกวาดน้ำตาลที่เคลือบมาเพื่อล่อให้เด็ก ๆ อ่านหนังสือแล้ว ปัจจุบันก็มีตลาดที่วางขายหนังสือเสียงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันและก็มีผู้ติดตามสื่อชนิดที่เรียกว่า Audiobook (หนังสือเสียง) อยู่เป็นกลุ่มไม่น้อยทีเดียวสำหรับในตลาดต่างประเทศ

สำหรับในไทยเราเอง เมื่อเอ่ยถึงหนังสือเสียงแล้ว ก่อนหน้าที่อีบุ๊คจะเริ่มแพร่หลาย เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะนึกถึง หนังสือเสียงสำหรับคนตาบอดฟัง หรือไม่ก็อาจจะเป็นหนังสือเสียงเพชรพระอุมาที่ทำกันเองในหมู่แฟน ๆ หรือจำพวกหนังสือเสียงธรรมะ เป็นต้น และล่าสุดเท่าที่ทราบก็คือ หนังสือเสียง-ซีรีส์คบบัณฑิตติดรถฟังของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี ที่ทำขายในรูปแบบที่บันทึกลง CD ซึ่งจะเห็นได้ว่าหนังสือเสียงยังคงจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม และยังไม่ได้มีมาตรฐานการบันทึกเสียงหรือใช้เครื่องมืออะไรฟัง เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นการบันทึกเทปลงสื่อแล้วเปิดฟังด้วย mp3 แล้วก็ download ไปฟังกันเอง

แต่ปัจจุบันหนังสือเสียงมีให้เลือกอ่าน (ฟังมากขึ้น) และมีหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดหนังสือเสียงออนไลน์ อย่างเช่น Audible, LibriVox รวมถึง เว็บดาวน์โหลดหนังสือเสียงอื่น ๆ แต่ก็อย่างที่หลายคนคงจะทราบดีว่า ร้อยทั้งร้อย ยังไม่มีภาษาไทยให้ฟัง อย่างไรก็ตามเราสามารถดาวน์โหลดหนังสือเสียงภาษาอังกฤษมาฟังได้ โดยเฉพาะใน LibriVox ซึ่งมีหนังสือวรรณกรรมให้ฟังได้ฟรี โดยเค้าจะมีอาสาสมัครมาอ่านให้ฟัง ซึ่งแอดมินก็ได้ฟังอยู่บ้าง สำหรับนิยายบางเรื่องที่ขี้เกียจอ่านจริง ๆ เลยขอฟังดูก่อน และคุณภาพในการอ่านนั้นก็ถือว่าเยี่ยมเลยที่เดียวค่ะ จากที่ได้ลองฟังมา 3-4 เล่ม (เยอะมาก!) ถ้าใครสนใจก็ลองโหลดแอพ LibriVox มาฟังกันดูค่ะ ข้อเสียอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อมันเป็นของฟรีการจัดระเบียบหนังสือในแอพจึงไม่ดีเท่าไหร่ เมื่อใช้ไปสักพักแล้วถ้าหากสนใจ Audiobook แบบจริง ๆ จัง ๆ ก็คงจะต้องหันไปหาแอพที่มีทางเลือกมากกว่านั้น นั่นก็คือ Audible ซึ่งเป็นของ Amazon นั่นเอง

หนังสือเสียงฟรี แอพLibriVox

แอพ LibriVox มีหนังสือเสียงให้เลือกฟังฟรี จัดหน้าปกสวยงาม และแยกหนังสือออกเป็นบทต่าง ๆ

แอพ Audible เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้นิยมฟังหนังสือมากกว่าอ่านหนังสือ โดยสามารถเข้าไปดู Audible Audiobooks กันได้ ที่นี่ จะเห็นได้ว่า ด้วยความที่ตลาดยังจำกัดอยู่เพราะฉะนั้นจึงมีหนังสือให้ไม่มากเท่ากับอีบุ๊คแบบธรรมดาทั่วไป นอกจากนี้ถ้าหากใครที่มีอีบุ๊คอยู่ในแอพ Kindle อยู่แล้ว และอยากจะอัพเกรดให้หนังสือของเรามีฟังค์ชั่นแบบ Audiobook ด้วย ก็สามารถเข้าไปดูที่ Kindle Books with Audio Companions ได้ ถ้าหากใครยังนึกไม่ออกให้ลองดูวิดีโอข้างล่างค่ะ จะแสดงให้เห็นว่า เราสามารถเปลี่ยนโหมดได้ว่าจะฟังหรือจะอ่านหนังสือเล่มนั้น โดยที่ทั้งสองโหมดจะทำการ sync ให้อัตโนมัติว่าเราได้อ่านถึงไหนแล้ว แหมสะดวกจริง ๆ

http://youtu.be/KjPLJL_zotA

จะเห็นได้ว่าหนังสือบางเล่มจะมีขายเป็น Audiobook อย่างเดียว แต่บางเล่มก็ทำเป็นทั้งอีบุ๊คธรรมดาและเป็นอีบุ๊คเสียงพ่วงไปด้วย (แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่มีขายทั้ง Audiobook และ eBook แยกกัน โดยที่ไม่มีให้ sync กัน ทำให้คนซื้อต้องซื้อแยกทั้งสองฟอร์แมท)

หนังสือเสียง-kindle-audible-audiobook-01

ถ้าหากใครซื้อประเภทหลังก็จะฟังเสียงอ่านหนังสือได้จากสองทาง คือ จากแอพ Kindle แล้วทำการสลับโหมดอ่าน-ฟัง ได้ตามใจ โดยที่ขณะที่ให้หนังสือเสียงอ่านให้เราฟัง เราก็สามารถเปิดอ่านไปด้วยก็ได้ ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง!

หนังสือเสียง-kindle-audible-audiobook-02

สลับโหมดเพื่ออ่านหรือฟังหนังสือได้

และอีกทางหนึ่งก็คือฟังจากแอพ Audible ตรง ๆ แต่การฟังด้วยแอพ Audible จะไม่มีตัวหนังสือให้อ่านนะคะ เพราะตรงนี้คือเป็นฟอร์แมทแบบ Audiobook ค่ะ

audible application

เปิดฟังหนังสือเสียงผ่านทาง แอพ Audible จะไม่มีตัวหนังสือให้อ่าน

นอกจากนี้ผู้ใช้ Audible ยังฟังหนังสือเสียงจากคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย โดยฟังจากระบบ Cloud ของอเมซอน

หนังสือเสียง-audible-for-pc

เราสามารถเปิดฟังหนังสือ ผ่าน แอพ Audible ทางคอมพิวเตอร์ได้ และจัดทำbookmark ได้ด้วย

อย่างที่ได้เขียนไปแล้วว่าหนังสือเสียงก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงหนังสือได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง แต่สำหรับแอดมินแล้วก็ยังชอบที่จะอ่านอีบุ๊คธรรมดามากกว่าอยู่ดี ทำไมนะเหรอ ตอบตรง ๆ ก็คือ แพง! เท่าที่ได้ไปลองสำรวจราคามาแล้ว Audiobook ยังราคาสูงกว่าอีบุ๊คธรรมดาอยู่มาก คือเกือบ ๆ สามเท่าเลยก็ว่าได้ และนอกจากนั้นอย่าลืมว่า หนังสือเหล่านี้ใช้คนจริงๆอ่านให้ฟัง เพราะฉะนั้นเราอาจจะชอบหรือไม่ชอบสไตล์การอ่านของแต่ละคนก็เป็นได้ สำหรับแอดมินเองนั้นถ้าหากเป็นหนังสือนิยายก็ยังนิยมอีบุ๊คมากกว่า เพราะเวลาฟังหนังสือเสียงแล้วมันจะดราม่าเกินไป รู้สึกเหมือนฟังละครวิทยุอะไรทำนองนั้นไป และรู้สึกเราจะเสียพลังงานไปกับอารมณ์ที่คนอ่านพยายามจะบิ้วซึ่งหลาย ๆ ครั้งก็ฟังดูแล้ว ‘ตลก’ มากกว่าจะ ‘อิน’ แต่ถ้าหากเป็นหนังสือจำพวก How To หรือหนังสือประเภท Business Guide ก็ถือว่ายังรับได้ ถ้าหากคนอ่านเป็นเจ้าของหนังสือ เวลาฟังเราก็จะได้อีกความรู้สึกหนึ่งคือ เหมือนมีคนมาเล็คเชอร์ให้ฟัง และส่วนตัวก็ยังคิดว่าฟังแล้วไม่ขัดหูเท่ากับจำพวกนิยาย แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่หนังสือเหล่านั้นเป็นภาษาอังกฤษจึงทำให้เรามีอคติแบบเอียง ๆ ไปบ้าง แต่ถ้าหากมีหนังสือนิยายไทยลองทำเป็นหนังสือเสียงดูบ้าง แอดมินก็อาจจะอินบ้างก็ได้ค่ะ เพราะก็เคยฟังละครวิทยุของคณะเกศทิพย์ก็รู้สึกว่ามันก็ได้อีกอารมณ์ดีเหมือนกัน

ไม่อยากจ่ายตังค์ ขอฟังฟรีได้มั๊ย!

ได้สิ! หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าแอพอย่าง Google Play Books ก็สามารถอ่านหนังสือให้เราฟังได้เช่นกัน โดยให้กดไปที่ Setting แล้วเลือก Read aloud จากนั้นตัวแอพลิเคชั่นก็จะอ่านหนังสือให้เราฟังเอง แต่ขอสารภาพตามตรงว่าเสียงอ่านนั้นไม่น่าฟังและอ่านเร็วเกินไป ส่วนตัวจึงขอข้ามฟังค์ชั่นนี้ไป และอีกอย่างก็คือยังไม่สนับสนุนภาษาไทยด้วยค่ะ นอกเหนือจาก Google Play Books แล้ว ตัวโปรแกรมฟรีที่อ่านหนังสือได้น่าฟังก็คือ ฟังค์ชั่นเสริมของ Amazon Kindle ซึ่งทางอเมซอนเค้าสงวนไว้ให้ผู้ใช้แท็บเล็ต Kindle Fire และก็ผู้ใช้อีรีดเดอร์ของคินเดิ้นเท่านั้น โดยส่วนตัวแล้วชอบฟังค์ชันนี้มากที่สุดในตัวเลือก Audiobook ทั้งหมด เพราะเสียงอ่านนุ่มนวลเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงน่าฟัง แม้ว่าจะฟังดูเป็นหุ่นยนต์ไปบ้างก็ไม่เป็นไรเพราะไม่ทำให้เสียสมาธิ ต่างจากพวกหนังสือข้างต้นที่ใช้คนอ่านซึ่งออกจะติดดราม่าไป

google play books read aloud

[box]บทความที่เกี่ยวข้อง
หนังสือเสียงตอนที่ 2: Fun Ways to Enjoy Audiobook
หนังสือเสียง มีให้เช่าแล้วนะ[/box]

Photo Credit : Philippe Put @flickr

error: Content is protected !!