• You are here:
  • Home »
  • eBook know how »

ตลาดอีบุ๊คกับการ ทำหนังสือขายเอง

10 แนวโน้มที่น่าจับตามอง สำหรับนักเขียนที่ต้องการ ทำหนังสือขายเอง

การทำหนังสือขายเอง หรือที่เรียกกันว่า Self Publishing นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะถ้าหากคุณมีเงินทุนแล้วเกิดอยากเขียนหนังสือไปวางขายก็ย่อมทำได้ แต่สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การผลิตหนังสือเองเพื่อวางจำหน่ายนั้นไม่ค่อยมีคนทำกันมากนัก ก็เพราะว่ามีโอกาสที่จะขาดทุนมากกว่าทำกำไร แต่หลังจากที่ตลาดอีบุ๊คเริ่มเติบโตมากขึ้นในต่างประเทศรวมถึงในไทยเราเองด้วย แนวคิดเรื่องการทำหนังสือขายเองนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ ‘จัดว่าเสี่ยง’ อีกต่อไป เพราะการทำอีบุ๊คนั้นทำได้ง่าย ลงทุนต่ำ และไม่ต้องอาศัยสำนักพิมพ์ก็สามารถผลิตหนังสือออกวางขายได้เอง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่อเมริกาได้มีการจัดงาน Self-Publishing Book Expo 2014 ขึ้น และในงานนี้ผู้จัดจำหน่ายอีบุ๊ครายใหญ่เจ้าหนึ่งในอเมริกาได้เสนอข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตหนังสือด้วยตัวเอง ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าคิดที่เดียว สำหรับใครที่อยากทำหนังสือขายเอง

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ Roosevelt Hotel ในนิวยอร์ค Mark Coker (มาร์ค โคเกอร์) ผู้ก่อตั้ง Smashwords ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มในการผลิตหนังสือขายเอง ซึ่งเขาได้พรีเซนต์ในหัวข้อ 10 Trends and Events Shaping the Future of Publishing ซึ่งสรุปได้ดังนี้

1. ตลาดอีบุ๊คมีการเติบโตขึ้นโดยตลอด

โคเกอร์กล่าวว่า เมื่อเขาเริ่มก่อตั้ง Smashwords ขึ้นมาในปี 2007 นั้น ตลาดอีบุ๊คยังมีส่วนแบ่งอยู่เพียงราว ๆ 1 เปอร์เซนต์ของมูลค่าตลาดหนังสือทั้งหมด และการที่ตลาดอีบุ๊คเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงปีหลังนั้น (อ่านเพิ่มเติม: ตลาดอีบุ๊ค กับแนวโน้มที่โตขึ้นทุกวัน) โคเกอร์ได้ยกเครดิตให้กับร้านขายหนังสือออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่างอเมซอน โดยโคเกอร์กล่าวว่า “ปัจจุบันตลาดอีบุ๊คมีส่วนแบ่งสูงถึง 35 % (ในอเมริกา) จากตลาดหนังสือทั้งหมด และในหนังสือบางประเภท (อย่างเช่นกลุ่มนิยาย) อีบุ๊คก็มีส่วนแบ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากขึ้นไปอีก แต่ว่าสัญญาณดังกล่าวก็ไม่ได้หมายความว่า ตลาดหนังสือเล่มจะใกล้ถึงจุดจบแล้วแต่อย่างใด เนื่องจากอัตราการเติบโตของอีบุ๊คยังนับว่าค่อนข้างต่ำอยู่”

2. การผลิตหนังสือเองไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

โคเกอร์กล่าวว่าการที่นักเขียนจะหันมาผลิตหนังสือเองไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว “ปัจจุบันมีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำหนังสือเอง (Tools) ได้ฟรี ๆ รวมไปถึงความรู้ต่าง ๆ ในการผลิตหนังสือเพื่อขายเองก็สามารถหาอ่านได้ฟรีอีกด้วย ดังนั้นนักเขียนจึงเริ่มต้นผลิตงานเขียนของตัวเองเพื่อทำการขายได้ง่ายขึ้น”

3. นักเขียนโนเนมก็กลายเป็นนักเขียนหนังสือขายดีได้

นักเขียนในกลุ่ม Indie Writer ซึ่งไม่เคยมีชื่อเสียงมาก่อนจำนวนมากต่อมากที่ได้ผลิตหนังสือขายเอง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตอีบุ๊คขายเอง) สามารถทำยอดขายได้สูงเทียบเคียงกับนักเขียนที่มีชื่อเสียงมาก่อนได้เช่นกัน เมื่อมองจากการจัดอันดับหนังสือขายดีที่ได้รับการยอมรับอย่างเช่น New York Times’ Best Seller List หรือ USA Today’s Best Seller List ก็จะเห็นรายชื่อนักเขียนอิสระไร้สังกัดสามารถพาหนังสือของตัวเองให้ติดอันดับหนังสือขายดีได้ ทั้งนี้โคเกอร์ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ภายในปี 2020, 50 เปอร์เซนต์ของตลาดอีบุ๊ค จะถูกครองตลาดโดยนักเขียนอินดี้”

4. หนังสือทำเองไม่ใช่หนังสือคุณภาพต่ำ

“หกปีก่อนหน้านี้ ถ้าหากนักเขียนคนไหนผลิตหนังสือออกมาขายเอง มักจะถูกมองว่าเป็นหนังสือคุณภาพต่ำและถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ แต่ในปัจจุบันนักเขียนอิสระเริ่มตระหนักแล้วว่าจริง ๆ หนังสือของเขาอาจจะดีพอ ๆ กับหนังสือจากสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ หรืออาจจะดีกว่าก็เป็นได้เช่นกัน” โคเกอร์กล่าวต่อว่า การผลิตหนังสือโดยผ่านขั้นตอนของสำนักพิมพ์นั้น ทำให้อีบุ๊คมีราคาแพง การทำงานค่อนข้างช้าเพราะต้องผ่านหลายขั้นตอน และตัวนักเขียนเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงในการผลิตหนังสือของตัวเองอย่างเต็มที่

ทำหนังสือขายเอง

เมื่อตลาดอีบุ๊คเติบโตขึ้น ก็ทำให้นักเขียนมีทางเลือกมากขึ้น

5. สำนักพิมพ์ยังไม่เข้าใจนักเขียนอิสระดีพอ

โคเกอร์ได้ยกกรณีตัวอย่าง เมื่อสำนักพิมพ์ Pearson Penguin ได้เข้าซื้อบริษัท Author Solutions ซึ่งเป็นบริษัทที่ช่วยให้นักเขียนอิสระได้มีผลงานตีพิมพ์ โดยที่ได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์จากนักเขียนอิสระเหล่านั้นด้วย เขาให้ความเห็นว่า “การที่สำนักพิมพ์ได้เงินส่วนแบ่งมาจากนักเขียนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่ควรเป็นก็คือ รายได้ที่มาจากการขายหนังสือนั้นควรจะส่งมอบไปที่สำนักพิมพ์และส่งไปที่นักเขียนด้วยเสียมากกว่า”

6. บริการให้อ่านอีบุ๊คแบบรายเดือนกำลังได้รับความนิยม

นอกจากการซื้ออีบุ๊คมาอ่านแล้ว บริการให้อ่านอีบุ๊คแบบเสียค่าสมาชิกรายเดือนก็เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก บริการจาก Oyster และ Scribd (อ่านเพิ่มเติม: Scribd เพิ่มบริการ Audiobook) คือสองช่องทางในการอ่านอีบุ๊คที่เติบโตเร็วมาก เมื่อดูจากการจัดจำหน่ายอีบุ๊คผ่านทาง Smashwords

7. ข้อพิพาทของสองยักษ์ใหญ่ในวงการหนังสืออย่าง Amazon กับ Hachette สะท้อนถึงปัญหา การขายอีบุ๊คผ่านสำนักพิมพ์

ร้านขายหนังสือออนไลน์อันดับหนึ่งอย่าง Amazon กับสำนักพิมพ์ชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่งอย่าง Hachette ได้มีข้อขัดแย้งกันอย่างหนัก เนื่องจากอเมซอนต้องการขายอีบุ๊คในราคาต่ำ แต่ Hachette ซึ่งถือลิขสิทธิ์อีบุ๊คชื่อดังไว้ในสังกัดของตัวเอง ไม่เห็นด้วยกับกลยุทธ์แบบนี้และต้องการตั้งราคาอีบุ๊คได้เองตามใจชอบ ความขัดแย้งดังกล่าวเพิ่งจะสิ้นสุดลงเมื่อไม่นานมานี้ (อ่านเพิ่มเติม: Amazon and Hachette Resolve Dispute) โดยที่ Hachette ได้ชัยชนะและสามารถตั้งราคาได้ตามใจชอบ

ในกรณีนี้โคเกอร์ให้ความเห็นว่า “มองเผิน ๆ เหมือนว่า Hachette จะได้รับชัยชนะ แต่ความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้เราได้มองเห็นด้านที่ไม่ค่อยสวยของวงการหนังสือกันแล้ว” แม้จะไม่สามารถบีบราคาอีบุ๊คในเครือของ Hachette ให้ต่ำลงมาได้ แต่อเมซอนก็มีสิทธิ์เลือกว่าจะโปรโมทหนังสือตามที่อเมซอนเห็นสมควรอยู่ดี และแน่นอนว่าอเมซอนย่อมจะมองไปที่อีบุ๊คที่ผลิตมาเพื่อจำหน่ายในร้าน Kindle eBook Store ก่อนเป็นอันดับแรก ๆ

8. แนวโน้มตลาดอีบุ๊คทั่วโลกโตขึ้น

เมื่อปีที่แล้ว, Smashwords มีรายได้จากการขายอีบุ๊คจากตลาดนอกอเมริกา (Non US Market) ถึง 45 เปอร์เซนต์ โดยนับเฉพาะอีบุ๊คที่วางขายผ่านทาง iBooks Application ของทางแอปเปิ้ล

9. หนังสือห่วย ๆ ก็มีอยู่ แต่ขายยาก

ในเมื่อการทำหนังสือขายเองนั้นเป็นเรื่องง่าย ใคร ๆ ก็เขียนหนังสือขายได้ จึงเกิดหนังสือคุณภาพต่ำขึ้นมากมาย ในประเด็นนี้ โคเกอร์กล่าวว่า “ผู้อ่านจะเป็นผู้เลือก และด้วยเหตุนี้เราจึงได้อ่านหนังสือดี ๆ มากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สำหรับหนังสือที่ไม่มีคุณภาพนั้น นักอ่านก็จะไม่ให้ความสนใจไปเอง”

10. อุปสรรคที่นักเขียนจะต้องเจอ

“คุณสมบัติอย่างหนึ่งของอีบุ๊คก็คือ เมื่อมันเป็นหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ มันย่อมจะมีอยู่ในชั้นหนังสือของนักอ่านตลอดไป ดังนั้นในแง่การแข่งขันก็ย่อมเป็นเรื่องยากและจะต้องมีการแข่งขันกันสูงขึ้นทุก ๆ ปี” ถึงแม้การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้น แต่โคเกอร์ก็ยังเห็นว่าการเขียนหนังสือขายเองก็ยังทำได้ง่ายกว่าการที่ต้องพึ่งพิงสำนักพิมพ์อยู่ดี โดยเขากล่าวทิ้งท้ายว่า “อุปสรรคทั้งหลายไม่ใช่ตัวที่จะบอกให้เราหยุด แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นต่างหาก เพราะยังมีนักอ่านอีกนับล้านที่รอคอยจะอ่านหนังสือดี ๆ จากคุณอยู่ และไม่มีเวลาไหนจะดีไปกว่านี้อีกแล้วถ้าคุณจะลุกขึ้นมาทำหนังสือขายเอง”

Fast Fact:

  • Smashwords ก่อตั้งโดย Mark Coker โดยเป็นบริษัทที่จัดจำหน่ายอีบุ๊คให้กับ eBook Store ใหญ่ ๆ หลายแห่ง เช่น iBooks Store, Barnes & Noble และ Kobo เป็นต้น โดยมีลักษณะคล้าย ๆ สายส่งหนังสือที่จะส่งหนังสือให้ร้านขายหนังสือหลาย ๆ ร้าน ทั้งนี้นักเขียนไม่จำเป็นต้องใช้บริการ Smashwords ก็สามารถวางหนังสือขายได้เอง แต่ Smashwords มีข้อดีคือ นักเขียนไม่ต้องวิ่งไปขายเองทุก ๆ ร้าน เพราะ Smashwords จะดูแลเรื่อง Distribution ให้

Photo: Drew Coffman , zeitfaenger.at
Source: darcsidetales.com , teleread.com , selfpubbookexpo.com , publishersweekly.com

About the Author Thai Publisher

error: Content is protected !!