• You are here:
  • Home »
  • eReader News »

ตลาดอีบุ๊ค กับแนวโน้มที่โตขึ้นทุกวัน

ตลาดอีบุ๊คทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึงราว 16,700 ล้านเหรียญ ในปี 2020

รายงานจาก Strategy Analytics ทำนายมูลค่าตลาดผู้บริโภคหนังสืออีบุ๊คว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า จากปี 2013 ที่มีมูลค่า 7,000 ล้านเหรียญ เมื่อถึงปี 2020 ตลาดส่วนนี้จะมีมูลค่าถึงราว 16,700 ล้านเหรียญ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ตลาดอีบุ๊ค ในภาพรวมขยายตัวขึ้นมากก็เนื่องมาจาก การให้บริการอ่านอีบุ๊คแบบเสียค่าสมาชิกรายเดือน (Membership Subscription) ที่ได้รับการตอบรับจากนักอ่านเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นบริการ Kindle Unlimited ของทางอเมซอนหรือของผู้ขายอีบุ๊ครายอื่น ๆ ก็ตาม (อ่านเพิ่มเติม: Scribd เพิ่มบริการ Audiobook ) Wei Shi นักวิเคราะห์จาก Strategy Analytics กล่าวว่า ‘เราคาดว่าการให้บริการอ่านอีบุ๊คแบบเป็นสมาชิกนั้น จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษนี้’

นอกจากนี้ อีกสาเหตุที่ผลักดันให้ ตลาดอีบุ๊ค มีขนาดใหญ่ขึ้นก็คือ ตลาดในจีนเองที่มีผู้ให้บริการและมีผู้อ่านมากขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้ามองในภาพรวมของตลาดหนังสือทั้งหมดแล้ว ปัจจุบันตลาดอีบุ๊คได้ส่วนแบ่งไปเพียง 10% ของตลาดหนังสือทั้งหมด (ข้อมูลจากปี 2013) แต่แนวโน้มนั้นคาดว่าในปี 2020 อีบุ๊คจะขยายส่วนแบ่งไปได้ถึง 25 % ซึ่งปัจจัยสำคัญอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก็เนื่องมาจากคนเริ่มหันไปอ่านหนังสือจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอีรีดเดอร์กันมากขึ้นนั่นเอง

ตลาดอีบุ๊ค โตขึ้น แต่ร้านหนังสือเล่มยังอยู่

แม้ตลาดอีบุ๊คจะโตขึ้น แต่ร้านขายหนังสือเล่มก็จะยังไม่ว่างเปล่าในเร็ว ๆ นี้

ภายในปี 2018 ที่อังกฤษจะขายอีบุ๊คได้มากกว่าหนังสือเล่ม ?

บริษัทตรวจสอบบัญชีชั้นแนวหน้าอย่าง PricewaterhouseCoopers (ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์) หรือ PwC ได้วิเคราะห์พฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนอังกฤษออกมาว่า ชาวเมืองผู้ดีนิยมอ่านอีบุ๊คมากกว่าจะซื้อนิยายเล่มมาอ่าน ด้วยเหตุนี้จึงคาดการณ์ว่าภายในปี 2018 มูลค่าตลาดอีบุ๊คจะมีมูลค่ามากขึ้นถึงสามเท่าโดยเพิ่มจาก 380 ล้านปอนด์ เป็น 1,000 ล้านปอนด์ และตัวเลขดังกล่าวจะทำให้ยอดขายอีบุ๊คแซงหนังสือเล่มไปได้ในที่สุด โดยตลาดหนังสือเล่มจะลดมูลค่าเหลือที่ 912 ล้านปอนด์ ทั้งนี้การวิเคราะห์ดังกล่าวไม่ได้นับรวมหนังสือจำพวก Text Book และหนังสืออ่านประเภท Professional Reading เข้าไปด้วย ส่วนมูลค่าโดยรวมของตลาดจะเพิ่มจาก 1,800 ล้านปอนด์ เป็น 1,900 ล้านปอนด์

Nigel Newton (ไนเจล นิวตัน) ผู้บริหารสำนักพิมพ์ Bloomsbury ผู้จัดพิมพ์หนังสือยอดนิยมอย่าง Harry Potter กล่าวว่า ‘พวกเราอยู่ในยุคทองของการอ่าน เวลานี้เราต่างใช้อุปกรณ์สื่อสารและบัตรเครดิตเพื่อซื้อหนังสือได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง และทั้งสัปดาห์ ดังนั้นตลาดหนังสือจึงเปิดกว้างมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการเข้าถึงลูกค้าไม่ได้จำกัดอยู่ที่ร้านขายหนังสือเพียงอย่างเดียว การเติบโตของตลาดหนังสืออีบุ๊คจึงเป็นสิ่งที่นักเขียนและสำนักพิมพ์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้’

ปีที่ผ่านมาหนังสือขายดีของ Bloomsbury ก็คือนิยายเรื่อง And the Mountains Echoed ของ Khaled Hosseini ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายหนังสือเล่ม แต่ก็มียอดขายจากอีบุ๊คไปไม่น้อยเช่นกัน นิวตันให้ความเห็นเพิ่มว่า ‘พฤติกรรมของผู้บริโภคในการซื้ออีบุ๊คนั้น มักจะอยากได้หนังสือมาอ่านอย่างรวดเร็วทันใจ และก็ยังชอบซื้อหนังสือในลักษณะพรีออเดอร์อีกด้วย คือสั่งจองและจ่ายเงินก่อนที่หนังสือจะวางแผง และยอดขายอีบุ๊คจะสูงมากในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก’

สำหรับการคาดการณ์ดังกล่าว บล็อคเกอร์ Nate Hoffelder แห่งเว็บไซต์  the-digital-reader.com ให้ความเห็นว่า PwC เคยวิเคราะห์ตลาดอีบุ๊คในสหรัฐพลาดมาแล้วถึงสองครั้ง ดังนั้นเขาจึงไม่คิดว่าการคาดการณ์ดังกล่าวจะเป็นไปได้ โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่าตลาดอีบุ๊คในอังกฤษจะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะไม่โตเท่าที่ PwC ได้คาดการณ์เอาไว้ ทั้งนี้เขาออกตัวว่าเขาอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับตลาดอีบุ๊คในอังกฤษมากนัก แต่จากปัจจุบันส่วนแบ่งอีบุ๊คในอังกฤษยังเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าตลาดอีบุ๊คในอเมริกาค่อนข้างมาก

Fast Fact:

  • ในอเมริกา อเมซอนทำยอดขายอีบุ๊คแซงหน้าหนังสือเล่มไปตั้งแต่ปี 2011 แล้ว แต่ในภาพรวมของตลาดหนังสือทั้งหมด หนังสือเล่มยังทำรายได้สูงกว่าอีบุ๊คจนถึงปัจจุบัน (อ้างอิง: E-Books Outsell Print Books at Amazon)
[box]บทความที่เกี่ยวข้อง
มือถือ Samsung และ Nokia เลิกทำ ร้านขายอีบุ๊ค แล้ว[/box]

Photo: MIKI Yoshihito , Garrett
Source: theguardian.com , the-digital-reader.com , bbc.com , goodereader.com

About the Author Thai Publisher

error: Content is protected !!